ทำไม VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก จึงดีกว่าชาวบ้านเขา ด้วยเหตุผลอะไร ?

VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก

VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก สัปดาห์แรกของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นอกจากจะเป็นฤดูกาลใหม่แล้ว ยังมีสิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมมามากในซีซั่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นกฎใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การเดินออกจากสนามเมื่อถูกเปลี่ยนตัวออก ไม่ต้องเดินออกมาตรงซุ้มม้านั่งสำรองอีกต่อไป

ทำไม VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก จึงดีกว่าชาวบ้านเขา ด้วยเหตุผลอะไร ?

การเปิดบอลจากลูกตั้งเตะในกรอบเขตโทษของผู้รักษาประตู ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปิดบอลให้ออกเส้น 18 หลา ซึ่งอันนี้บอกกันตามตรงว่ามันทำให้ผมเองรู้สึกหงุดหงิดเล็กๆ เพราะสุดท้ายแม้จะจ่ายใกล้ๆ ก็โดนคู่แข่งบีบ จนต้องเปิดยาวอยู่ดี และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลย และเป็นเรื่องสำคัญมากๆ คือ วีเออาร์

VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เริ่มใช้  ปีนี้เป็นครั้งแรก

premier league ช้ากว่าลีกอื่นๆ โดยเฉพาะห้าลีกดังของยุโรป พวกเขามาเป็นลีกสุดท้าย การใช้ภาพช้า หรือวีดีโอดูย้อนหลัง มาช่วยในการตัดสิน เราเห็นถึงปัญหากันมาเยอะมากๆ มีแค่ทัวร์นาเมนต์เดียวที่ออกมาสมบูรณ์ คือฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งทาง ฟีฟ่า ทำกันไว้ได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

แต่หลังจากนั้นมา ก็ยังมีข้อถกเถียงกันมากมายในการใช้ ลามจนมาถึงฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ที่ถูกโจมตีหนักถึงเวลาในการดูภาพช้าที่นานเอามาก ผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่า วีเออาร์ สมัยแรกของฟุตบอลลีกสูงสุดประเทศอังกฤษ จะต้องเกิดปัญหาเป็นวงกว้าง  ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงในประเทศอังกฤษ หรือเมืองสยามบ้านเรา

แต่แล้วเมื่อผ่านพ้นสัปดาห์แรกไป เรื่องราวมันกลับตาละปัตร ข่าวพรีเมียร์ลีก ทีมงานผู้ตัดสิน พรีเมียร์ลีก ทำงานได้ดีเกินคาด ดีมากๆ เลยจริงๆ เราน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าทั้งในเกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ถล่มใส่ เวสต์แฮม หรือเกมที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-0 มีอะไรเกิดขึ้นบ้างกับการใช้ วีเออาร์

VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เริ่มใช้  ปีนี้เป็นครั้งแรก

สิ่งที่เป็นข้อดีและเด่นมากๆ เลยกับ วีเออาร์ ที่ประเทศอังกฤษ นั่นก็คือความเร็วในการตัดสิน พวกเขาตัดสินกันได้เร็วเอามากๆ แทบจะไม่ทำให้เสียเวลาอะไรเลย และการใช้ วีเออาร์ ก็เป๊ะเอามากๆ ในจังหวะที่ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ไม่ได้ประตู

เนื่องจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซึ่งเขาล้ำไปเพียงแค่ไหล่เท่านั้น แต่ก็ยังเป๊ะเอามากๆที่สำคัญคือผู้ชมทางบ้าน ก็ได้อรรถรส เพราะภาพช้า การตีเส้นให้ดูว่าล้ำหรือไม่ล้ำ นั้นมาเร็วมากทั้งหมดทั้งมวลมันทำให้ผมมองว่า วีเออาร์

ประเทศอังกฤษ ดูเหนือกว่าอีก 4 ลีกใหญ่ของยุโรป ด้วยหลายเหตุผลดังนี้…

– พรีเมียร์ลีก มีการใช้วีเออาร์ มาตั้งแต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่า พวกเขาไม่ได้เอาออกมาเผยแพร่เท่านั้นเอง ซึ่งมันหมายความว่า พวกเขาเองก็กังวล ว่าเมื่อได้ใช้งานมันขึ้นมาจริงๆ มันอาจจะเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นได้ ฉะนั้น การเอามาทดลองใช้ก่อน จะเป็นเรื่องที่ดีกว่า แม้มันจะไม่สามารถกลบความผิดพลาดได้ร้อยเปอร์เซนต์ก็ตาม

VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก

ขณะที่ลีกอื่นๆ ซึ่งมีการใช้กันตั้งแต่แรกๆ แต่กลับไม่ได้พิถีพิถันเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานในการดู ว่าจังหวะไหน ช่วงเวลาใดควรจะหยิบการตัดสินจากภาพช้ามาใช้งาน มุมกล้องต่างๆ ที่ก็ยังไม่ครบ รวมไปถึงการเผยแพร่ภาพมาให้สาธารณชน ได้ดูกัน

– จริงอยู่ที่ฟุตบอลอังกฤษ นำเทคโนโลยีนี้ มาใช้เป็นครั้งแรก แต่ก็อย่าลืมว่าพวกเขาได้เห็นประสบการณ์จาก สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ในการใช้ วีเออาร์ จากศึก เอฟเอ คัพ และยังได้เห็นการใช้งานของ อีเอฟแอล (ฟุตบอลลีกอังกฤษ) ใน คาราบาว คัพ

และก่อนหน้านี้ มันก็เกิดปัญหาต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพช้าที่เยอะเกินไป, บางครั้งก็น้อยเกินไปจนไม่ดูเอาเสียเลย, เทคโนโลยี ตีเส้นล้ำหน้าที่ช้า ซึ่งนั่นมันกลายเป็นการสร้างประสบการณ์ และเป็นกรณีศึกษาให้กับ พรีเมียร์ลีก ไปในตัว ทำให้ทุกๆ อย่างมันมีความพอดี กลมกล่อมมากขึ้น

– วีเออาร์ แบ่งการใช้งานออกเป็น 4 ประเภท อย่างแรกเลยคือเรื่องของจุดโทษ ที่ต้องใช้ภาพข้าในการตัดสิน อย่างทีสองคือจังหวะล้ำหน้า เรื่องที่สามคือการให้ใบแดงย้อนหลัง และอย่างที่สี่นั้นไม่ค่อยเกิดขึ้น ขึ้นคือเรื่องการตัดสินผิดตัวบุคคลของผู้ตัดสินบนสนามอีกที ในอดีตเกมฟุตบอลแมตช์สำคัญๆที่ตราตรึง ก็มักมีเหตุดราม่า

ซึ่งใน 4 ประเภท มีถึง 2 ข้อที่สุดท้ายแล้ว ต้องใช้ “ดุลยพินิจ” เป็นตัวตัดสินชี้ขาด

เพราะมันไม่ได้มีอะไรที่เป็นกฎตายตัว ในการดูภาพช้าของกีฬาหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วอลเลย์บอล, เทนนิส หรือ อเมริกันฟุตบอล ต่างก็ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และเป็นมาตรฐานตามกฎของแต่ละชนิดกีฬา แต่ฟุตบอล นั้นไม่ได้มีกฎการทำฟาวล์ที่ตายตัวขนาดนั้น

โดยเฉพาะการทำแฮนด์บอล เป็นอะไรที่ชัดเจนมาก เพราะมันมีเรื่องของเจตนา เข้ามาเกี่ยวข้อง และบทลงโทษ มันร้ายแรกหนักกว่ากีฬาอื่นๆ เทนนิส ไม่มีใครเจตนาตีลูกเสีย แต่สุดท้ายความจริงมันก็ออกมา ซึ่งการตีเสีย มันก็เท่ากับเสียแต้มเพียงแค่แต้มเดียว ในหนึ่งเกม และเป็นเกมเดียวในหนึ่งเซ็ต

ถ้ามันออกมาผิด ก็เสียแต้ม

วอลเลย์บอล ส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะกระโดดเอามือไปแตะขอบเน็ต แต่ถ้ามันออกมาผิด ก็เสียแต้มไปหนึ่งแต้ม ซึ่งเซ็ตๆ หนึ่ง เล่นกันเกือบ 50 คะแนน ขณะที่ อเมริกันฟุตบอล มันมีกฎตายตัวอยู่แล้ว และการดูภาพช้าในบางจังหวะ มันก็เป็นการตัดสินเพียงแค่จังหวะในเพลย์เดียวเท่านั้น และแม้มันอาจจะทำให้เป็นการเสียแต้ม มันก็เป็นไปตามกฎของมัน

แต่ฟุตบอล หรือซ็อคเกอร์ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ประตูเดียว มันสามารถตัดสินเกมได้ และการลงโทษด้วยการให้ลูกจุดโทษ มันก็เป็นเรื่องที่ใหญ่หลวง หรือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมไปได้เลย แต่ถึงกระนั้น จังหวะตัดสินเกมแบบนี้ กลับใช้การตัดสินที่ต้องจบด้วยความคิดเห็นของคนๆ เดียว มันเลยทำให้ก่อเกิดดราม่าได้ง่ายนั่นเอง

ทางฟุตบอลอังกฤษ ยังคงใช้มาตรการเดิม ต่างกับ ยูฟ่า ที่มองว่าการทำแฮนด์บอล ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจหรือไม่ ถ้าหากแขนยื่นออกมานอกตัวแบบผิดธรรมขาติ โดยเฉพาะเป็นเกมบุก ผู้ตัดสินจะยกให้เป็นการทำแฮนด์บอลทันที

พรีเมียร์ลีก ยังคงมองถึงเจตนา และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป ซึ่งเท่าที่ผ่านมา เราก็เห็นกันแล้วว่า มาตรฐานของฟุตบอลอังกฤษ นั้นดูจะโอเคกว่า ในการใช้ดุลยพินิจ ถ้าเทียบกับลีกอื่นๆ

มาตรฐานฟุตบอลอังกฤษ

ก่อนที่ ยูฟ่า จะวางมาตรการเรื่องนี้ออกมา ลีกต่างๆ ก็ตัดสินเรื่องพวกนี้โดยการใช้ความคิดเห็นของผู้ตัดสินนะครับ และสิ่งที่ออกมาก็อย่างที่เห็น มีหลายๆ เกมที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ จนสุดท้ายก็เลือกที่จะตามรอยของ ยูฟ่า แต่ในบางครั้งบางคราว

ก็ยังเป็นการตัดสินแบบเดิมๆ มันเลยทำให้ดูไม่มีมาตรฐานสักเท่าไหร่ VAR ตัดสิน พรีเมียร์ลีก นั่นเป็นเหตุผลทั้งหมด ที่จะมองได้ว่า พรีเมียร์ลีก จะทำมาตรฐานของ วีเออาร์ ให้ดีมากๆ และทำให้ได้มากกว่าลีกอื่นๆ แต่นี่มันก็เพิ่งสัปดาห์แรกล่ะครับ

เรายังไม่รู้กันหรอกว่าอนาคตข้างหน้า จะมีข้อผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง เราก็ไม่มีทางรู้ได้แต่เชื่อว่า พวกเขาจะทำมาจรฐานให้ดีที่สุด และพยายามจะทำให้เหนือกว่าที่อื่นๆ ให้สมกับเป็นลีกที่มีความนิยมสูงที่สุดในโลก

ติดตาม ข่าวพรีเมียร์ลีก ข่าวฟุตบอล ครบถ้วนจากทุกสโมสรเชิญที่ michelleobamawatch.com

Be the first to comment

Leave a Reply