รอยคีน

ความแข็งกร้าวของ รอยคีน ถือเป็น 1 ในคุณสมบัติที่ดีของมนุษย์ แต่ถ้าหากมีมากเกินไป มันก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายเราได้เช่นกัน

สำหรับเขาไม่เคยสนใจกับเรื่องกลางๆ พรรณนี้ ตลอดชีวิตเขารู้จักมิติของการมองโลกอยู่แค่ “ขาวกับดำ” เท่านั้น

นอกเหนือจาก ไมเคิ่ล โอเว่น ที่ออกพ๊อคเก็ตบุ๊ค Reboot จนเป็นกระแสสังคมอยู่ ณ ปัจจุบัน มันก็คงจะมี รอยคีน เนี่ยแหล่ะ! ที่พอจะเข้ามาแบ่งพื้นที่เรื่อง “ฉาวโฉ่” ได้บ้าง

กับการแขว่ะ โจนาธาน วอลเตอร์ ว่าแกล้งบีบน้ำตาเรียกร้องความสนใจบนหน้าสื่อ หลังการเสียชีวิตของแม่และพี่ชาย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพูดไปเพื่อ ???

เฟอร์กี้

แต่นั่น คงไม่แรงเท่ากับการหวนมาจวก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

การกลับมาในหนนี้ “คีโน่” ยืนยันคำเดิมว่าเขาไม่เคยคิดกลับไปญาติดีกับ “เฟอร์กี้” อีก ภายหลังจากที่เคยแตกหักกัน จนเป็นที่มาของการถูกตะเพิดออกจากทีมในช่วงปี 2005

มันเป็นเหตุการณ์โจ๋งครึ่มที่ทุกๆ คนทราบกันดี – เมื่อกัปตันจอมดีเดือดชาวไอริช มีการเปิดปากด่าลูกทีมของตัวเองแบบรายตัว รวมไปถึงพฤติกรรมของแฟนบอล “ผีแดง” ผ่านสื่อ

แน่นอนว่า นั่นทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ ฉุนขาด และนำเอาคลิปวีดีโอนี้มาเปิดให้ คีน และทุกๆ คนในห้องแต่งตัวนั่งดูกันซึ่งๆ หน้า และได้กลายเป็นชนวนเชือกฟางเส้นสุดท้าย

ความสัมพันธ์ รอยคีน กับ เฟอร์กูสัน

เฟอร์กูสัน

ที่ไม่มีวันให้อภัย

หากว่ากันตรงๆ ว่าใครถูกใครผิด! เราก็ต้องยอมรับว่าการกระทำของ “เฟอร์กี้” แลดูจะมีเหตุผล มีที่มาที่ไปมากกว่า แม้ว่าการแฉหลายๆ เรื่องของ “คีโน่” จะเป็นเรื่องจริงก็ตาม

แต่ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริง มันก็มีเส้นแบ่งของมารยาทความเหมาะสมอยู่

มันก็คงเป็นอย่างที่เราพูดไว้ในข้างต้น รอยคีน ไม่ใช่คนที่จะรู้ว่าอะไรเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม สิ่งเดียวที่เขาทำเป็นก็คือการพูดตรงๆ แบบ “ขวานผ่าซาก”

การแข็งกร้าว และพฤติกรรมขวานผ่าซากในครั้งนั้น คือสิ่งที่ย้อนกลับมาทำร้าย รอยคีน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความสัมพันธ์ของ รอยคีน กับ เฟอร์กูสัน ไม่เคยกลับไปเหมือนเดิมได้อีก เขาไม่ได้เป็นเหมือน เดวิด เบ็คแฮม ที่มีคุณสมบัติโอนอ่อนผ่อนตาม สามารถฟื้นความสัมพันธ์กับ “จอมคนเลือดสกอต” คงเหลือไว้เพียงแค่รอยแผลเล็กๆ ที่หัวคิ้วจากความขัดแย้งเมื่อวันวาน

แม้เวลาจะผ่านไปนับ 10 ปี อดีตดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ ก็ยังคงแค้นฝังหุ่นเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือคำแขว่ะที่มากขึ้น

คีน ระบุว่า เซอร์ อเล็กซ์ ไม่ได้รัก แมนฯ ยูไนเต็ด มากมายขนาดนั้น ในหลายๆ ครั้งเขาทำเพื่อตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเอา ดาร์เรน เฟอร์กูสัน (ลูกชาย) มาเป็นลูกทีมเด็กเส้น ร่วมคว้าเหรียญแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทั้งๆ ที่แทบไม่ได้ทำอะไรเลย เช่นเดียวกับการเอาน้องชายของตัวเองมาเป็นแมวมองอยู่นมนานหลายปี

“บอกตามตรงนะ ผมรู้สึกแปลกใจมากว่าทำไมเขาไม่เอาภรรยาของเขามาทำงานที่สโมสรให้ครบอีกคน” คีน แขว่ะไม่ยั้ง

ดาร์เรน เฟอร์กูสัน

หากจะมีคนขอโทษ มันก็ต้องเป็น เซอร์ อเล็กซ์ ที่เข้ามาขอโทษตนก่อน ประโยคนี้แสดงให้เห็นถึงตัวตนของ “คีโน่” ที่ชัดเจนประมาณหนึ่ง

บนความแข็งกร้าวที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จพอตัวในอาชีพ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำร้ายเขาอยู่ไม่น้อย

ในขณะที่ เบ็คแฮม , สตัม , โรนัลโด้ , พอล แม็คกรัธ หรือ รุด ฟาน นิสเตลรอย ต่างเข้าใจถึงภาวะความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับ “เฟอร์กี้” แล้วมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา คล้ายๆ กับพ่อลูกทะเลาะกัน

แต่สำหรับ คีน เขาไม่ยินดีที่จะเข้าใจเรื่องแบบนั้น

คีน ไม่ยินดีที่จะเข้าใจว่าถึงแม้ เฟอร์กูสัน จะทำร้ายเขาไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจในหลายๆ สิ่ง

แต่ในอีกมุมหนึ่ง…..มันก็เป็น “เฟอร์กี้” คนเดียวกันนี้ไม่ใช่เหรอ ที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมาจนเป็นผู้เป็นคนแบบนี้

คีน ยินดีที่จะมองเห็นว่า ดาร์เรน เฟอร์กูสัน คือเด็กเส้นที่โคตรห่วยของสโมสร แต่กลับไม่ยินดีที่จะมองเห็นความจริงที่ว่า ดาร์เรน ถูกคุณพ่อตัวเองขายทิ้งให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ทันทีในฤดูกาลถัดมา

คีโน่

สำหรับหัวใจของคนเป็นพ่อที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น “ป๋าดัน” ให้ลูกมากจนเกินเหตุ นั่นนับก็ควรว่าเป็นการกระทำที่ใจแข็ง เด็ดขาดอยู่ไม่น้อย

แต่ รอยคีน ก็ไม่ได้มองมันเช่นนั้น

อีโก้ที่ทะลุปรอท คือศักดิ์ศรีย์ที่คอยค้ำคอไม่ให้ “คีโน่” ยอมลดความแข็งกร้าวของตัวเองลงมา

งานการกุศลก็แล้ว , พักร้อนก็แล้ว , แมตช์รวมแข้งในตำนานก็แล้ว , คลาสส์ ออฟ 92 ก็แล้ว จนแล้วจนรอด เราไม่เคยเห็น คีน เดินกลับมาสงบศึกกับ “เฟอร์กี้” ได้อีก

มันก็น่าสนใจ ว่าเมื่องานศพของ “เฟอร์กี้” ที่จะต้องเดินทางมาถึงแน่ๆ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

 

เราจะได้เห็น รอยคีน ไปร่วมงานแสดงความเสียใจให้กับบุคคลผู้มีคุโณปการมหาศาลในชีวิตการค้าแข้งอันแสนยอดเยี่ยมของเขาบ้างมั้ย ? แฟนบอกก็คงต้องติดตามเรื่องนี้กันต่อไป เพราะอนาคตไม่มีอะไรแน่นอน วันดีคืนดีพวกเขาอาจจะกลับมาคุยกันเหมือเดิมก็ได้

Leave a Reply