August 3, 2020

แหล่งรวมข่าว ฟุตบอล กีฬาวันนี้ ยอดนิยม ที่มีการแข่งขันตลอดทั้งปีอัพเดทครบทุกลีก

บอล เด็ด วัน นี้ ข่าว กีฬา ฟุตบอล กีฬา วัน นี้ ผล บอล พรีเมียร์ ลีก ข่าว กีฬา ล่าสุด

ขาที่ไม่ได้มีไว้ยิง : โอลิเวอร์ เบียโฮฟฟ์ เรื่องเล่าของโคตรกองหน้าที่ไม่จำเป็นต้องครบเครื่อง

โอลิเวอร์ เบียโฮฟฟ์

ทักษะการใช้เท้าของ โอลิเวอร์ เบียโฮฟฟ์ นั้นแย่มาก แต่ประสิทธิภาพการเล่นลูกกลางอากาศของเขานั้นโหดเหี้ยมถึงขั้นที่ทำให้ศูนย์หน้า “อังกฤษโบราณ” หลายๆ คนต้องอายไปตามๆ กันเลยทีเดียว

มีขาไว้แค่เพื่อวิ่งไปจุดหมายที่จะโหม่ง – ใครหลายๆ คนมักนิยามถึง โอลิเวอร์ เบียโฮฟฟ์ ไว้ง่ายๆ แบบนั้น! แต่กว่าที่เขาจะเดินทางมาถึงวันที่โดนแขว่ะเรื่องนี้ ชีวิตของดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 3 ไม่เคยมีคำว่า “ง่าย” อยู่ในพจนานุกรมของเขา

เรื่องเล่าของ โอลิเวอร์ เบียโฮฟฟ์ กว่าจะมาเป็นตำนานแข้งที่ไม่ได้มีขาไว้ยิง

ยูโร 1996 คืออีเว้นที่คนส่วนใหญ่รู้จักชื่อของ เบียโฮฟฟ์ เป็นครั้งแรก เขากลายเป็นฮีโร่ของชาติจากการเหมา 2 ประตู พาเยอรมัน เชือด สาธารณรัฐเช็ก คว้าแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ บนแผ่นดินของคู่อาฆาตแดน “ผู้ดี” นั่นก็เพราะก่อนหน้าที่จะอายุ 28 ปี มันแทบจะไม่มีใครในวงการลูกหนังโลก ที่คุ้นชื่อของเขามาก่อนเลย

ก่อนจะคว้าแชมป์ยุโรปมาครอง ดาวเตะมาดเนี้ยบ เพิ่งจะประเดิมสนามในรั้ว “อินทรีเหล็ก” ไปแค่ไม่กี่เดือน – และนี่คือเรื่องราวของอดีตกองหน้าผ่าเหล่าของทีมชาติเยอรมัน ผู้ที่ล้มเหลวสุดขีดกับการค้าแข้งใน บุนเดสลีกา และโดนดูแคลนมาทั้งชีวิตว่าใช้เท้าไม่ได้เรื่อง….แต่ทว่าดัน “หัวดี” เสียจนกลายเป็นตำนานที่แตกต่างที่สุดคนหนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์

โคตรกองหน้า

จาก อูเออร์ดิงเก้น , ฮัมบูร์ก และ โบรุสเซีย มีนเช่นกลัดบัค ชีวิตของลูกชายมหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจค้าเหล็ก เปรียบได้ดั่งฝันร้ายที่ เฟรดี้ ครูเกอร์ เสกขึ้นบนถนน เอม สตรีท ภายหลังจากที่เขายิงไปแค่ 10 ประตู จากการลง 86 นัด โดยทุกลูกนั้นเกิดขึ้นในสมัยที่ค้าแข้งกับ อูเออร์ดิงเก้น ทั้งหมด

สิ่งที่สำคัญและเจ็บปวดกว่าการยิงไม่ได้ก็คือ เบียโฮฟฟ์ โดนครหามาตลอดว่าเป็นกองหน้าที่แข็งทื่อ ไร้มิติ ไม่มีอะไรที่แสดงให้เห็นเลยถึงการเป็นดาวยิงครบเครื่องในแบบฉบับของชนชาว “ด๊อยช์ทลันด์”  ดาวดับจาก บุนเดสลีกา ต้องหอบเอาหัวใจอันบอบช้ำมาเลีบแผลตัวเองอยู่ที่ ออสเตรีย ซัลส์บวร์ก (เร้ดบูลล์ ซัลส์บวร์ก ปัจจุบัน) และมันคือช่วงเวลาที่เขาเริ่มคิดอย่างหนักว่า เขาควรจะเอาดีเรื่องฟุตบอลต่อไปจริงๆ เหรอ ?

ผลงานของเขากับ ซัลส์บวร์ก ดำเนินไปด้วยดี แต่นั่นมันก็แค่มาตรฐานของลีก ออสเตรีย เมื่อ 20 ปีก่อนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นการขายของที่ดีพอจะทำให้ทีมเล็กๆ ที่เวียนว่ายอยู่ระหว่าง เซเรีย อา กับ เซเรีย บี อย่าง อัสโคลี่ ลองเสี่ยงดึงตัวเขาไปใช้งาน

จุดเริ่มต้นชีวิตอันรุ่งโรจน์ของ เบียโฮฟฟ์ เกิดขึ้นจากการเล่นในลีกอันต่ำชั้นอย่าง เซเรีย บี เนี่ยแหล่ะ! ผลงานของเขาดีวันดีคืน สม่ำเสมอ จนทำให้เทรนเนอร์ของ อูดิเนเซ่ ณ เวลานั้น อย่าง อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ ยอมทุ่มทุนคว้าตัวเขาไปใช้ต่ออีกทอด ลีลาของเขาบนถิ่น ฟริอูลี่ นี่เอง ที่ทำฟอร์มของ เบียโฮฟฟ์ ไปเตะตาทีมงานของ เยอรมัน เป็นครั้งแรก พร้อมกับชื่อเสียงกระฉ่อนของการเป็น 1 ใน “ตองอู” ของศูนย์หน้าเจ้าเวหาแห่งยุค 90

ฤดูกาล 1995-96 เบียโฮฟฟ์ สถาปนาตัวเองเป็นราชาการพังประตูในพื้นที่ 6 หลา ซึ่งเป็นทำเลทองของเขาในการเอาชนะสุดยอดปราการหลังคนแล้วคนเล่า แถมมันยังไม่ใช่กองหลังตาสีตาสาที่ไหน แต่มันคือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของชาติที่เล่นเกมรับเป็นตั้งแต่เกิดอย่าง อิตาลี

เบียโฮฟฟ์

ทุกอย่างเกิดขึ้นพอเหมาะพอเจาะก่อนศึก ยูโร 96 พอดี ประหนึ่งว่าทั้งหมดนี้คือชะตาที่ลิขิตไว้ให้ เบียโฮฟฟ์ แล้วเรียบร้อย และทุกอย่างหลังจากนั้นก็กลายเป็นเรื่องราวอัศจรรย์ที่เล่ากันต่อได้ไม่รู้จบ 1 ปีก่อนคว้าแชมป์ ยูโร เขายังเล่นอยู่ใน เซเรีย บี กับ อัสโคลี่ อยู่เลย รางวัลชีวิตของ เบียโฮฟฟ์ พุ่งเข้าใส่เขาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยหารู้ไม่ว่านั่นยังคงไม่ใช่จุดสูงสุดของกองหน้าที่ทำได้ทั้งทำประตูจากลูกโหม่ง และแอสซิสต์ด้วยลูกโหม่งแบบเขา

การประสานงานของ 3 แนวรุก เบียโฮฟฟ์ , เปาโล ปอจจี้ และ มาร์โช อโมรูโซ่ ช่วยส่งให้ฟอร์มของ อูดิเนเซ่ ร้อนแรงเป็นไฟ! มันดีจนถึงขั้นที่ทำให้พวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 โดยมีพระเอกเป็น เบียโฮฟฟ์ ที่กระซวกแหลก 31 ประตู ยืนหนึ่งเป็นดาวซัลโวเหนือกว่าแม้กระทั่ง โรนัลโด้ แห่ง อินเตอร์ มิลาน

ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ อดีตประธานผู้ยิ่งใหญ่ของ เอซี มิลาน มองเห็นพลังมหัศจรรย์ที่ว่านี้ เขาเปิดฉากลุยภารกิจที่หลายๆ คนเรียกว่า “บาเยิร์น มิวนิค โมเดล” ล้างบางสโมสร อูดิเนเซ่ ด้วยการกวาดทั้ง ซัคเคโรนี่ , เบียโฮฟฟ์ และ โธมัส เฮลเว็ค เข้าสู่ถิ่น ซาน ซิโร่ พร้อมๆ กันในช่วงซัมเมอร์ 1998

แม้จะอายุ 30 ปีแล้ว แต่ตอนนี้มันคงไม่มีอะไรฉุดความมั่นใจของชายที่ชื่อ โอลิเวอร์ เบียโฮฟฟ์ ได้อีก ไม่มีกองหลังหน้าไหนเอาชนะเขาได้ในพื้นที่กรอบเขตโทษ โดยในครั้งนี้ เขามีคู่หูเป็นสุดยอดหัวหอก บัลลงดอร์ อย่าง จอร์จ เวอาห์ พ่วงด้วยเพลเมคเกอร์ผู้แพรวพราวอย่าง ซโวนิเมียร์ โบบัน

ปฏิบัติการของ มิลาน สำเร็จดังใจหวัง พวกเขากรุยทางขึ้นคว้า สคูเด็ตโต้ โดยที่ เบียโฮฟฟ์ กดไป 20 ประตู ขณะที่ เวอาห์ ช่วยหวดไปอีก 8 ลูก

อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมัน

แม้นั่นจะเป็นขุนพลที่รวมตัวกันอยู่ไม่นาน เนื่องด้วยหนุ่มน้อยอย่าง อังเดร เชฟเชนโก้ ที่ย้ายเข้ามาสมทบ ซึ่งได้ทำให้ เบียโฮฟฟ์ ต้องค่อยๆ ถอยบทบาทกลายเป็นตัวสำรอง แต่ถึงกระนั้น มันก็เป็นช่วงเวลาราวๆ 6 ปี กับ 2 สโมสรใน เซเรีย อา ที่สวยงามเหมือนฝันจริงๆ

ดาวซัลโวฤดูกาล 97-98 , แชมป์ ยูโร , แชมป์ เซเรีย อา ต่อด้วยการถูกบันทึกให้อยู่ใน ฮอลล์ ออฟ เฟม ของ มิลาน ร่วมกับตำนานค้างฟ้าอย่าง มัลดินี่ , เวอาห์ และ คอสตาคูต้า นั่นไม่เลวเลยทีเดียว สำหรับช่วงเวลาโค้งสุดท้ายของศูนย์หน้าที่เคยโดนหยามว่าเป็นกองหน้าที่ไร้ซึ่งความครบเครื่องอย่างสิ้นเชิง

ใช่ เบียโฮฟฟ์ ไม่มีคุณสมบัติของความครบเครื่องเลยแม้แต่น้อย แต่คุณจงมั่นใจได้เลย – ว่าความเป็นอัจฉริยะเพียงด้านเดียวในตัวของเขา คือพรสวรรค์หนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเหมือน และไม่มีใครเลียนแบบได้จนถึงทุกวันนี้