May 17, 2021

แหล่งรวมข่าว ฟุตบอล กีฬาวันนี้ ยอดนิยม ที่มีการแข่งขันตลอดทั้งปีอัพเดทครบทุกลีก

บอล เด็ด วัน นี้ ข่าว กีฬา ฟุตบอล กีฬา วัน นี้ ผล บอล พรีเมียร์ ลีก ข่าว กีฬา ล่าสุด

กฎ Brexit คืออะไร ทำร้าย พรีเมียร์ลีก อย่างไร หลังจากมีการปรับเปลี่ยน

Brexit

อีกไม่นาน ปี 2020 จะจบลง สำหรับคนทั่วไปแล้วเรามักจะพิจารณาว่าปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเราบ้างในช่วงเดือนสุดท้าย เราได้ทำหรือไม่ได้ทำสิ่งใดที่ตั้งใจ แล้วเราจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไปเมื่อปีใหม่กำลังจะมาถึง ซึ่งวิกฤตที่เกิดขึ้นชวนให้รู้สึกว่าเป็นปีที่ย่ำแย่ แต่สำหรับประเทศอังกฤษ วิกฤตยังไม่จบลงง่ายๆ

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2021 เป็นต้นไป การซื้อขายนักเตะใน พรีเมียร์ลีก จะเปลี่ยนโฉม นักเตะแต่ละชั้นอายุจะไม่สามารถย้ายเข้าออกได้อย่างอิสระเหมือนที่เคย ภายใต้กฎใหม่ มีชื่อกว่า  “Brexit”

EU

ปี 2021 หลายสิ่งในอังกฤษจะเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกและนำเข้า วงการฟุตบอลก็จะต้องรับผลนั้นเช่นกันในฐานะที่นำเข้านักเตะจากต่างแดน และมีนักเตะอังกฤษเล่นอยู่ในลีกอื่นที่ไม่ใช่ พรีเมียร์ลีก บ้าง แม้ยังไม่แน่ใจว่าช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้จะเป็นเช่นไร มีอะไรรออยู่ แต่ พรีเมียร์ลีก จะไม่เหมือนเดิม

ทำความรู้จักกับกฎ Brexit คืออะไร

Brexit ไม่ได้ส่งผลต่อฟุตบอลเพียงอย่างเดียว แต่ รักบี้ คริกเก็ต และ สนุกเกอร์ ก็เช่นกัน เมื่อแยกตัวจาก EU ผู้เล่นในชาติยุโรปจำนวนมากจะโดนนับเป็นโควตาต่างชาติทันที

แยกตัวจาก EU

“Br” มาจาก “British” หรือสหราชอาณาจักร และ “exit” แปลว่าทางออก รวมกันได้ความว่าสหราชอาณาจักรคืออังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ จะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) ตามผลประชามติเมื่อเดือนมิถุนายน 2016 ที่ 51.9 เปอร์เซ็นต์  เหตุผลหลักก็คือเศรษฐกิจในเครือจักรภพโดยเฉพาะอังกฤษใหญ่โตเป็นอันดับ 2 ในยุโรป รองจากเยอรมนี ในฐานะประเทศแนวหน้าทำให้พวกเขาต้องแบกภาระในการช่วยเหลือประเทศอื่นๆ เอาไว้ ประชาชนส่วนมากจึงต้องการเอกภาพและเสถียรภาพโดยไม่หวังพึ่งพาชาติอื่น

ชาวผู้ดีอาจมองว่าชาติจำนวนมากในยุโรปเป็นภัยหรือเป็นภาระต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ในทางการกีฬา ชาติในยุโรปก็จะไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดได้ และการลงทุนจากชาติอื่นในยุโรปด้วยกันก็จะลดลง

สหภาพยุโรป

ไม่รู้เหมือนกันว่าการตัดสินใจของประชากรบริติชผิดถูกเพียงไหน แต่ทันทีที่ประชามติเรื่องการแยกตัวเปิดออกมา ค่าเงินปอนด์ก็ร่วงลงอย่างแรง จากที่เคยมีค่ามากกว่าเงินยูโร 1.5 เท่าหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้หากเทียบเป็นบาท 1 ยูโรประมาณ 36 บาท และ 1 ปอนด์ ประมาณ 40 บาท ก็ใกล้เคียงกันมากขึ้นที่ 10 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าทีมจากอังกฤษจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นในการซื้อนักเตะสักรายตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา

เป็นเวลากว่า 3 ปีที่สหภาพยุโรปและอังกฤษเจรจาหนทางในการประนีประนอมอย่างที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของทุกฝ่าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้เราอาจเห็นภาพจินตนาการที่แย่ที่สุดหรือ Worst case scenario คือการแยกตัวโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ ที่เรียกว่า No deal Brexit ออกแบบหักดิบ อะไรจะเกิดก็เกิด

พรีเมียร์ลีก

สิ่งใดบ้างใน พรีเมียร์ลีก ที่จะได้รับผลกระทบจาก Brexit

จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม เมื่อมีกระแสเรื่องBrexit ทีมในลีกสูงสุด ณ ขณะนั้นต่างก็ต่อต้านการแยกตัวจากสหภาพยุโรป เพราะสโมสรมีส่วนเสียมากกว่าจะได้ประโยชน์

ย้อนกลับไปในปี 2016 ตอนนั้น ริชาร์ด สคูดามอร์ เป็นซีอีโอบริหาร จากความเห็นของเขา เขาบอกว่า Brexitจะทำให้ระบบปีระมิดลีกอังกฤษวุ่นวาย แต่เมื่อมันกำลังจะเกิดความวุ่นวาย ตอนนี้อาจจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างไล่จากบนลงล่าง โดยหลักใหญ่ใจความสำคัญคือตลาดซื้อขายและใบอนุญาตทำงานของชาวต่างชาติที่เรียกกันว่า เวิร์ค เพอร์มิต นั่นเอง

ยุคก่อนเกิมกฎใหม่

ฝรั่งเศสเป็นชาติที่เข้ามาค้าแข้งใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุด ส่วนสโมสรที่ใช้งานผู้เล่นต่างชาติมากที่สุด ลองหลับตาเดาก็น่าจะรู้… พวกเขามีเจ้าของทีมเป็นชาวต่างชาติ… เชลซี นั่นเอง

อีเอฟแอล

ครั้งหนัง นีล วอร์น็อค อดีตผู้จัดการทีมระดับ พรีเมียร์ลีก ที่ปัจจุบันอยู่กับ มิดเดิ้ลสโบรช์ ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ บอกในทำนองว่า แทบรอไม่ไหวที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป เราควรจะดีกว่านี้ในทุกมุมมอง รวมความเห็นด้านฟุตบอลด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่า วอร์น็อค คิดอะไรอยู่ สวนทางกับคนในวงการจำนวนไม่น้อย

นับเฉพาะฟุตบอลยุคหม่ตั้งแต่เปลี่ยนระบบจาก ดิวิชั่น 1 เป็น พรีเมียร์ลีก ในเดือนสิงหาคม 1992 ขณะนั้นมี 22 สโมสรในลีกสูงสุด และมีผู้เล่นนอกเครือจักรภพ 13 ชาติ และเป็นชาวบริติช 199 จาก 273 แข้ง แต่ความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของ พรีเมียร์ลีก หนึ่งในลีกชั้นนำระดับโลกทำให้ผู้เล่นมากมายหลั่งไหลเข้ามา ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในอีก 26 ปีต่อจากนั้นจึงน่าตกใจมาก สถิติในปี 2018 ระบุว่ามีผู้เล่นบริติช 86 จาก 279 ราย โดยต่างชาติทั้ง 193 แข้งนั้นมาจาก 55 ชาติและเพิ่มความหลากหลายเป็น 110 ชาติในปีต่อมา

เอฟเอ พรีเมียร์ลีก

การหลั่งไหลเข้ามาของผู้เล่นเยาวชนต่างชาติทำให้ เอฟเอ พรีเมียร์ลีก และ อีเอฟแอล จำเป็นต้องมีกฎโฮมโกรน หรือผู้เล่นท้องถิ่น เพื่อให้โอกาสเยาวชนในประเทศ แต่ในยุคหลัง Brexit สโมสรอังกฤษจะโดนบังคับให้สร้างเด็กอย่างเลี่ยงไม่ได้

การซื้อขายนักเตะในตลาดสำหรับผู้เล่นที่อายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถทำได้อย่างอิสระ โดยผู้เล่นที่ถือสัญชาติของสมาชิกภาพในสหภาพยุโรปไม่ต้องใช้ใบอนุญาตทำงานตามข้อตกลงในด้านกฎหมายแรงงานของ EU แต่หากไม่มีพาสปอร์ตในเครือ EU ต้องขอใบอนุญาตหรือ เวิร์ค เพอร์มิต และในทางกลับกัน เมื่อผู้เล่นบริติชไปค้าแข้งในชาติที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป พวกเขาเหล่านั้นก็จะไม่โดนกีดกัน และไม่ต้องวุ่นวายมากนักกับเอกสารหลักฐานต่างๆ ซึ่งส่วนมากก็เป็นลีกชั้นนำด้วยกันอย่าง เยอรมนี สเปน อิตาลี และฝรั่งเศส

ไม่รู้ว่า เมื่อกำหนดมาให้ใช้งานจริงจะเป็นอย่างที่เราคิดหรือไม่ก็ต้องรอดูกันในการแข่งขันปี 2021 กัน เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หลายคนก็อาจจะปรับเข้าได้ไม่ทันมี คงต้องใช้ระยะเวลาอยู่บ้าง

**เบื่อกับการอ่านข่าวบอล สามารถเข้ามาร่วมสนุก พร้อมทำเงินกับ สล็อตทุนน้อย ที่ให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า เลือกเล่นได้หลากหลายแนว ทุกเกมส์ลุ้นรับโบนัส เครดิตฟรี แจ็คพ็อตแตกง่าย รับรองว่าสร้างกำไรให้กับคุณอย่างแน่นอน