7 นักฟุตบอล ค่าตัวแพงที่สุดประจำตลาดซื้อขายหน้าหนาว

นักฟุตบอล

การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนซื้อตัวนักฟุตบอลผู้เล่นในตลาดหน้าหนาวซึ่งเป็นช่วงกลางฤดูกาลที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างสนุก ทำไมน่ะเหรอ ? เพราะการซื้อตัวนักเตะบางรายมานั้นมันอาจจะทำให้แข้งป้ายแดงปรับตัวกับสโมสรใหม่ยากกับระบบทีมที่มีอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง

มาในวันนี้ผมจึงอยากหยิบยกนำเสนอบรรดาแข้งค่าตัวหูฉี่ประจำตลาดฤดูกาลหนาวกันและก็ดูกันด้วยครับว่าคุ้มหรือไม่

 7 นักฟุตบอลค่าตัวแพงลิ่ว ในตลาดนักเตะหน้าหนาว

7. ปิแอร์-เอเมอร์ริค โอบาเมย็อง : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป อาร์เซน่อล – 56 ล้านปอนด์

ดาวยิงผู้สานต่อหมายเลข 14 แข่งรั้ว เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ก้าวเข้ามาสู่ อาร์เซน่อล ด้วยการเป็นตัวตายตัวแทนของ อเล็กซิส ซานเชซ ที่โยกไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงฤดูกาล 2017-18

ในตอนนั้น โอบาเมย็อง กระหน่ำซัดประตูให้ “เสือเหลือง” แบบไม่ยั้งที่ 13 ประตูจาก 16 นัดทั้งๆที่มีข่าวอยากย้ายมาตลอด มันคือความเป็นมืออาชีพที่เขาแสดงออกมาและ ดอร์ทมุนด์ ก็ต้องจำใจปล่อยออกมา

การเข้ามาของ โอบาเมย็อง นั้นในตอนแรกต่างมีการพูดถึงเรื่องปรับตัวต่างๆนาๆ อีกทั้งในตอนนั้น “ปืนใหญ่” ก็มี อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ อยู่แล้วด้วยทว่าไปๆมาๆหัวหอกทีมชาติกาบองก็แสดงให้ทุกๆคนได้เห็นว่าเขาระดับโลกขนาดไหน

ตลอดช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง โอบา ลงสนามให้กับ อาร์เซน่อล ทั้งหมด 13 นัดและยิงได้ถึง 10 ประตู


6.ดีเอโก้ คอสต้า : เชลซี ไป แอตเลติโก้ มาดริด – 57 ล้านปอนด์

 

มีปัญหาคาราคาซังมาตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนและก็เชื่อว่าแฟนๆบางส่วนคงยังจำกันได้เกี่ยวกับดีลมหากาพย์ดีลนี้เพราะ อันโตนิโอ คอนเต้ ยืนยันชัดเจนว่า คอสต้า ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของดาวยิงสองสัญชาติก็งอแงไม่มาฝึกซ้อมกับสโมสรอีกเลยในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2017-18
อันที่จริง คอสต้า จะย้ายไปอยู่กับ “ตราหมี” ตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนแล้วนั่นแหละครับทว่าทั้งสองสโมสรต่างฝ่ายต่างต้องการค่าตัวที่แตกต่างกันออกไปทำให้สุดท้ายดีลล่ม เสร็จไม่ทันการตลาดปิด คอสต้า จึงอดย้ายและไม่ได้ลงสนามตลอดครึ่งฤดูกาลแรก
สุดท้ายแล้ว แอตเลติโก้ ก็ตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 57 ล้านปอนด์เพื่อดึง คอสต้า กลับมาโลดแล่นยัง ลาลีกา อีกครั้งแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนแต่ก่อนเมื่อเขายิงไปได้เพียงแค่ 4 ประตู เท่านั้นนับตั้งแต่กลับไปค้าแข้งที่แดนกระทิงดุอีกครั้ง

5.ไอเมริค ลาปอร์เต้ : แอธเลติก บิลเบา ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ – 57.2 ล้านปอนด์

เอาเข้าจริงๆดีลนี้ออกจะมึนงงนิดหน่อยเนื่องจาก ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บทจะได้ก็จัดการฉับไวปิดดีลคว้าตัวปราการหลังอนาคตไกลรายนี้เข้ามาเติมเต็มทีมในทันทีช่วงกลางฤดูกาล 2017-18

ช่วงเวลานั้น “เรือใบสีฟ้า” เต็มไปด้วยปราการหลังตัวกลางทั้ง แวงซ็องต์ กอมปานี, นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์ และ อีเลียควิม มองกาล่า แต่เมื่อมีโอกาสคว้าเพชรเม็ดงามมีหรือที่คนอย่าง กวาร์ดิโอล่า จะไม่คว้ามันเอาไว้

ลาปอร์เต้ ได้โอกาสลงสนามช่วยทีมทั้งหมด 9 นัดในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟและแบ๊คขวา ทรงในช่วงแรกหลายๆคนอาจจะยังไม่มั่นใจแต่มาถึงฤดูกาลปัจจุบัน ลาปอร์เต้ นี่แหละครับคือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ลงสนามช่วยทีมอย่างสม่ำเสมอที่สุดแล้ว


4.คริสเตียน ปูลิซิช : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป เชลซี – 57.5 ล้านปอนด์

ดีลนี้เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ และก็กลายเป็นว่านี่คือดีลที่ค่อนข้างแปลกประหลาดพอสมควรหากว่าใครได้ติดตามอ่านข่าวอย่างต่อเนื่องเพราะมีการระบุว่า เชลซี อยากที่จะได้ตัว ปูลิซิช มาตลอดแต่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ นายใหญ่คนปัจจุบันกลับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย

อีกทั้งดีลนี้ยังเป็นการซื้อขาดตั้งแต่ช่วงหน้าหนาวนั่นหมายความว่า เชลซี สามารถดึงมาเล่นยังถิ่น สแตรมฟอร์ด บริดจ์ ได้เลยแต่พวกเขาก็เลือกที่จะส่งกลับไปให้ ดอร์ทมุนด์ ใช้งานในรูปแบบของการยืมตัวจนจบฤดูกาล 2018-19 ก่อน

การเข้ามาของ ปูลิซิช ในครั้งนี้สื่อทั่วสารทิศต่างคาดการณ์กันว่าน่าจะมาทดแทน เอแด็น อาซาร์ ดาวเตะระดับโลกของทีมที่ให้สัมภาษณ์มาตลอดว่าต้องการย้ายออกจากทีมเพื่อไปอยู่กับ เรอัล มาดริด\


3.ออสการ์ : เชลซี ไป เซี่ยงไฮ้ SIPG – 60 ล้านปอนด์

เป็นอีกหนึ่งการซื้อขายที่ค่อนข้างประหลาดใจเพราะเอาจริงๆระดับฝีเท้าและอายุของ ออสการ์ นั้นยังสามารถโลดแล่นและเล่นให้กับ เชลซี ได้อีกนานแต่ถึงอย่างนั้นเรื่องเงินก็ไม่เข้าใครออกใคร

ช่วงฤดูกาล 2016-17 เป็นช่วงที่ตลาดฟุตบอลจีนเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก หลากหลายสโมสรต่างหานักเตะระดับซูปเปอร์สตาร์เข้าไปสู่ทีมและโคตรเจ้าพ่ออย่าง เซี่ยงไฮ้ SIPG ก็ทุ่มแหลกแบบไม่แคร์ใครด้วยการดึง ออสการ์ ได้สำเร็จ

ออสการ์ ตอบแทนยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรได้อย่างงามหยดด้วยการทำ 12 ประตูกับอีก 18 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2018 พร้อมกับเถลิงบัลลังค์คว้าแชมป์ ไชนีส ซูปเปอร์ลีก ได้อีกด้วย


2.เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค : เซาธ์แฮมป์ตัน ไป ลิเวอร์พูล – 75 ล้านปอนด์

เป็นหนึ่งในการซื้อขายที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก ซึ่งการพูดถึงนั้นส่วนใหญ่เป็นการพูดแบบค่อนขอดซะมากกว่าซึ่งเราๆอาจจะเคยได้ยืนกันล่ะครับว่ากองหลังราคากองหน้าแบบนี้มันจะไม่เกินไปงั้นเหรอ ? แล้วเป็นยังไงครับในปัจจุบัน ?

ฟาน ไดจ์ค อาจจะมีลูกงอแงกับ “นักบุญ” ก่อนจะได้ย้ายมาในช่วงตลาดหน้าหนาวเพราะเอาเข้าจริงๆ ลิเวอร์พูล ต้องการตัวเขามาตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนแล้วแต่ เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่ยอมปล่อยตัวและปราการหลังชาวดัตช์รายนี้ก็ไม่ยอมลงสนามด้วย

อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายต่างหันหน้าเข้าหากัน ฟาน ไดจ์ค กลับมาลงสนามทุ่มเทเพื่อ “นักบุญ” อีกครั้งและแน่นอนเมื่อ “หงส์แดง” ประเคนข้อเสนอแบบงามๆไปให้ยอดทีมจากแดนใต้ก็ตอบตกลงขายในทันที

การเข้ามาของ ฟาน ไดจ์ค ในถิ่น แอนฟิลด์ สร้างอิมแพคอย่างมากและเขาก็กลายเป็นแกนหลักในทันทีซึ่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟรายนี้ยังสามารถช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2017-18 ได้อีกด้วย


1.ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ : ลิเวอร์พูล ไป บาร์เซโลน่า – 142 ล้านปอนด์

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงดีลที่มีค่าตัวแพงที่สุดของโลกในช่วงตลาดหน้าหนาว และด้วยราคาขนาดนี้คงยังไม่มีสโมสรไหนหรือนักเตะคนใดทำลายมันลงไปได้ง่ายๆแน่นอน

ในฤดูกาล 2017-18 อย่างที่ทราบกันดีว่าในตอนนั้น คูตินโญ่ มีข่าวคราวที่ต้องการจะย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เพื่อไปเดินตามความฝันกับ บาร์เซโลน่า มาซักพักเพียงแค่ว่ามันยังข้อเสนออะไรต่างๆนั้นยื้อกันไปมาจนกว่าจะได้ย้ายก็ต้องรอจนถึงช่วงตลาดหน้าหนาวนั่นแหละ

ช่วงแรก คูตี้ เหมือนจะสดใสและประสบความสำเร็จไปกับ บาร์เซโลน่า ด้วยผลงาน 7 ประตูจาก 14 นัดแถมยังสามารถยิงใน ‘เอล กลาซิโก้’ ใส่ เรอัล มาดริด ได้อีกต่างหาก

อย่างไรก็ตามในตอนนี้สถานการณ์มันแตกต่างออกไปเพราะ คูตี้ ไม่ค่อยได้รับความเชื่อมั่นในการส่งลงสนามซักเท่าไรนัก แต่ถึงอย่างั้นคนที่ได้ผลประโยชน์เต็มๆก็ ลิเวอร์พูล เนี่ยแหละที่นำเงินขาย คูตี้ ไปหมุนซื้อตัวผู้เล่นอย่าง ฟาน ไดจ์ค และ อลีสซง มาเสริมทัพได้เน้นๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

Be the first to comment

Leave a Reply