ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

5 เกมเดือด! ยิงเยอะสุดใน ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

ผลสกอร์การแข่งขันฟุตบอล ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ที่สนามท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ที่เจ้าบ้านอย่าง สเปอร์ส โดน บาเยิร์น มิวนิค บุกมาถล่มขาดลอย 7-2 นั้นคิดว่าเป็นสกอร์ที่มโหฬารแล้ว… คุณกำลังคิดผิด

เพราะต่อไปนี้จะมีเกมที่ยิงประตูกันยเอะที่สุดในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ในส่วนของ 3 อันดับแรก จะมีเกมไหน ปีอะไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย

เอาให้สุด 5 แมตซ์สุดเดือดของ ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ยิงประตูถล่มทะลาย

ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง

ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง (ฝรั่งเศส) 7-2 โรเซนบอร์ก (นอร์เวย์) 2

รอบแบ่งกลุ่ม, ฤดูกาล 2000-01

ที่สนาม ปาร์ก เดส์ แปร็งซ์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ปี 2000 ถือว่าเป็นเกมที่ซัดประตูกันเยอะที่สุดในช่วงเวลานั้น 6 ประตูในครึ่งแรกเป็นของ เปแอสเช 4 ประตูจาก เฟรเดริก เดอู, คริสเตียน, นิโกล่าส์ อเนลก้า, ปีเตอร์ ลุกแซ็ง ส่วนฝั่งผู้มาเยือนได้ประตูจาก คริสเตอร์ จอร์จ คนเดียว 2 ประตู

ส่วนในครึ่งหลังเจ้าถิ่น เปแอสเช มาบวกเพิ่มอีก 3 ประตู จากปลายสตั๊ดของ เฌอโรม เลอรัว, จุดโทษของ โลร็องต์ โรแบร์ และนิโล่าส์ อเนลก้า

โอลิมปิก ลียง

โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) 7-2  แวร์เดอร์ เบรเมน (เยอรมนี)

รอบ 16 ทีมสุดท้าย, ฤดูกาล 2004-05

ในช่วงเวลา ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก นั้นต้องบอกเลยว่า ลียง สามารถใช้สมยานามที่ว่า ลงเป็นยิง ได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด และในเกมดังกล่าวถือว่าเป็นแมตช์ในความทรงจำของใครหลายคน

ซิลแว็ง วิลตอร์ เหมาคนเดียว 3 ประตู, ไมเคิ่ล เอสเซียง บวกเพิ่มอีก 2 ลูก บวกกับ ฟลอร็องต์ มาลูด้า และจุดโทษของ เฌเรมี่ แบร์กโตด์  ซึ่งนำมาผสมกับอีก 2 ลูกของผู้มาเยือนที่ได้ประตูจาก โยอัน มีกูด์ และจุดโทษของ วาเลเรียง อิสมาแอล กลายเป็นอีกเหมคุณภาพของฟุตบอล ชปล. มาจนถึงวันนี้

โมนาโก

โมนาโก (ฝรั่งเศส) 8-3 เดปอร์ตีโบ ลา กอรุนญ่า (สเปน)

รอบแบ่งกลุ่ม, ฤดูกาล 2003-04

สถิติใหม่ในช่วงเวลานั้นของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่สนามสต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ซึ่งแค่ 45 นาที แรกก็หวดกันไม่ยั้งซัดกันไปทั้งสิ้น 7 ประตูแล้ว ก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 5-2 ลงมาในครึ่งหลังยังคงหวดกันไฟแลบ จนกระทั่งผู้ตัดสินเป่าจบเกม พร้อมสกอร์ในประวัติศาสตร์ ณ ตอนนั้น

โดยคนทำประตูของฝั่ง โมนาโก ได้แก่ ดาโด้ เปอร์โซ่ (4 ประตู), เฌอโรม โรเตน, ลูโดวิก ชูลี่, ยาโรสลาฟ พลาซิล และเอดูอาร์ ซิสเซ่ ส่วนฝั่ง ลา กอรุนญ่า ได้ 3 ประตูจาก ดีเอโก้ ตริสตัน 2 ประตู และลิโอเนล สกาโลนี่

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี) 8-4 ลีเกีย วอร์ซอว์ (โปแลนด์) 

รอบแบ่งกลุ่ม, ฤดูกาล 2016-17

ย้อนกลับไปในวันนั้น ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก ไม่มีใครคิดว่สกอร์จากออกมามากมายขนาดนี้ 5 ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นโดยใช้เวลาไปเพียง 25 นาที เท่านั้น

โดยจำแนกผู้ทำประตูฝั่ง ดอร์ทมุนด์ จาก 8 ประตู ได้ดังนี้ ชินจิ คางาวะ (2 ประตู), นูริ ซาฮิน, อุสมาน เดมเบเล่, มาร์โก รอยส์ (2 ประตู), เฟลิกซ์ พาสลัค และ ยาคุบ เรซนิชัค (ทำเข้าประตูตัวเอง)

ส่วนฝั่งทีมเยือนได้ 4 ประตู จาก อเล็กซานดาร์ พริโยวิช (2 ประตู), มิชาล คูชาร์ชิค และเนมานย่า นิโคลิช ซึ่งสถิตินี้ยังคงเป็นเกมที่ยิงมากที่สุดในแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งมันยากเหลือเกินที่จะมาแมตช์ไหนมาโค่นลงได้ …

การแข่งขันในแต่ละฤดูกาลของ ศึกแชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันมีการแข่งขันจนนับไม่ถ้วยและแต่ละแมตซ์ก็จะมีความตื่นตาตื่นใจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคู่แข่งขันในเกมนั้นๆว่ามีความแข็งเกร่งอย่างไร ยิ่งมีความแข็งเกร่งมากก็ยิ่งมีโอกาสทำประตูได้ง่าย อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับการวางแผนและตัวนักเตะมีความพร้อมหรือไม่นั้นเอง เหมือนกับ 5 เกมการแข่งขันที่กล่าวมานี้ที่ซัดบอลเข้าประตูไปแบบไม่ยั้งแฟนบอลรอบสนามต่างนั่งไม่ติดเก้าอี้กันเลยทีเดียว สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ michelleobamawatch.com

Tags
กุนซือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ติโม แวร์เนอร์ ทีเดดบอล ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นักฟุตบอล นักเตะ บัลลงดอร์ บาร์ซ่า บาร์เซโลน่า ปีศาจแดง ผีแดง ผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟุตบอล มูรินโญ่ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ยูเวนตุส ยูโร 2020 ราชันชุดขาว ลิเวอร์พูล ลิโอเนล เมสซี่ สโมสรฟุตบอล หงส์แดง หลุยส์ ซัวเรซ อาร์เซน่อล เจอร์เก้น คล็อปป์ เชลซี เรอัล มาดริด เลสเตอร์ ซิตี้ แกเร็ธ เบล แมนฯ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โควิด-19 โชเซ่ มูรินโญ่ โรนัลโด้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โรเมลู ลูกากู โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ไก่เดือยทอง ไวรัสโคโรนา

Savour Your Next Holiday