5 เหตุการณ์ สุดอื้อฉาว ในวงการ ลูกหนัง ที่ไม่อาจลืม มีเหตุการณ์ใดบ้าง

5 เหตุการณ์สุดอื้อฉาวในวงการลูกหนัง ที่ไม่อาจลืม

5 เหตุการณ์ สุดอื้อฉาว ในวงการ ลูกหนัง ที่ไม่อาจลืม หลายๆ ครั้ง วงการลูกหนังก็มีเหตุการณ์สุดประหลาด และอื้อฉาว ไม่ว่าจะการล็อคผล โด๊บยา หรือการเปลี่ยนสนามบอลให้เป็นสนามรบ หรือแม้แต่การมีมือมืดเบื้องหลังแมทช์ฟุตบอลนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม เหตุการ์ณเหล่านั้นไม่ได้เกิดในโลก ฟุตบอล สมัยใหม่หรอกครับ เพราะด้วยอะไรหลายๆ ที่แพร่ข่าวสารได้เร็วขึ้น เหตุการณ์เหล่านี้จึงไแต่มันเป็นเหตุการณ์ในอดีตทั้งสิ้น มาดูกันเลยครับ ว่ามีเหตุการณ์ไหนที่คุณคุ้นหู หรือเคยเห็นบ้าง

5. มาราโดน่าโดนตรวจโด๊ป

มาราโดน่าโดนตรวจโด๊ป

การดีใจอย่างบ้าคลั่งจนลูกตาแถบจะถลนออกมาจากเบ้าและสีหน้าอันเกรี้ยวกราดของมาราโดน่าหลังจากทำประตูได้ในชัยชนะเหนือทีมชาติกรีซไป4-0 คงไม่แปลกใจนักที่ผลที่ตามมา มาราโดน่าถูกตรวจพบสารอีเฟรดีน
เขาเคยถูกแบน15เดือนมาแล้วจากการตรวจพบการใช้โคเคนในช่วงที่ค้าแข้งกับนาโปลีในปี1991 ครั้งนี้มาราโดน่าอ้างว่าเทรนเนอร์ของเขาให้เขาดื่มเครื่องดื่มชูกำลังโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฟีฟ่าไม่เชื่อข้อแก้ตัวและส่งมาราโดน่ากลับบ้านพร้อมชื่อเสียติดตัวที่เพิ่มขึ้น

4. ใช้อำนาจการเป็นเจ้าภาพและล็อกผล

ใช้อำนาจการเป็นเจ้าภาพและล็อกผล

ฟุตบอลโลก 1978 ถูกจัดขึ้นบนแผ่นดินอาร์เจนติน่า กฏกติกาในยุคนั้นหลังจากได้ 8 ทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาแล้วจะถูกแบ่งออกเป็น2กลุ่มกลุ่มละ4ทีมที่1ของทั้งสองกลุ่มจะได้เข้าชิงแชมป์ส่วนที่2ของทั้งสองกลุ่มจะได้แข่งขันชิงที่3 คู่รักคู่แค้นตลอดกาลของ อาร์เจนติน่า อย่าง บราซิล ได้มาอยู่กลุ่มเดียวกันและผ่านไป2นัดทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากันแต่บราซิลมีลูกได้เสียที่ดีกว่า1ลูก เกมชี้ชะตาอยู่ที่เกมสุดท้าย บราซิลชนะโปแลนด์ด้วยสกอร์3-1นั่นทำให้อาร์เจนติน่าต้องยิงให้ได้4ลูกเพื่อจะเข้าไปชิงแชมป์
พรรคฟ้าขาวถล่มเปรูด้วยสกอร์6-0เขี่ยบราซิลให้ไปชิงที่3และพวกเขาเข้าไปชิงแชมป์และคว้าถ้วยฟุตบอลโลกหนแรกให้กับประเทศชาติ
หลายคนเชื่อว่ารัฐบาลของชาติเจ้าภาพเข้ามาแทรกแซงเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ เปรูที่แพ้2แมตช์แรกและตกรอบไปแล้วจึงไม่มีอะไรจะเสีย มีการเปิดเผยภายหลังว่าอาร์เจนติน่าได้ขนส่งเมล็ดพันธุ์พืชเป็นสินบนให้เปรู และยอมปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง13คน แต่ผ่านมา40ปีแล้วก็ยังไม่มีหลักฐานอย่างที่ชัดเจนในข้อครหาการล็อกผลครั้งนี้

3. ทีมชาติอิตาลี ในสมัยเผด็จการฟาสซิสต์

ทีมชาติอิตาลีในสมัยเผด็จการฟาสซิสต์

อิตาลี่เป็นชาติแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลกไว้ได้ในฟุตบอลโลกปี1938 แต่ความสำเร็จนั้นก็แปดเปื้อนมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยเหตุการณ์ในรอบ8ทีมสุดท้ายในเกมการแข่งขันระหว่างอิตาลี่กับเจ้าภาพฝรั่งเศส พวกเขาควรที่จะสวมชุดทีมเยือนสีขาว แต่มีรายงานว่า เบนิโต มุสโสลินี ผู้นำลัทธิเผด็จการฟาสซิสต์ สั่งให้ทีมชาติอิตาลี่สวมเสื้อสีดำลงสนามพร้อมกับสัญลักษณ์ขวานมัดหวายซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิเผด็จการฟาสซิสต์ พร้อมกับทำท่า Fascist Saluteที่เป็นสัญลักษณ์ของเผด็จการเหมือนกับนาซีก่อนการแข่งขันจะเริ่ม นับว่าเป็นเรื่องฉาวในวงการฟุตบอลโลกที่แนวคิดเผด็จการได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันฟุตบอล
ถึงแม้จะถูกแฟนเจ้าถิ่นโห่อย่างหนัก สุดท้ายแล้วทีมเยือนก้เอาชนะไปได้ 3-1 ปูทางสู่การเป็นป้องกันแชมป์โลกครั้งประวัติศาสตร์

2. อาการบาดเจ็บปริศนาของ R9

5 เหตุการณ์ สุดอื้อฉาว ในวงการ ลูกหนัง ที่ไม่อาจลืม อาการบาดเจ็บปริศนาของ R9

โรนัลโด้ พาทีมชาติบราซิลเข้าชิงด้วยผลงานการทำประตู4ลูกและแอสซิส3ลูกในศึก ฟุตบอล 1998 ชื่อของเขาต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ฮีโร่แห่งฟุตบอลโลกตามรอยเปเล่แน่ๆก่อนที่นัดชิงจะเริ่มฟาดแข้งในอีก72นาทีชื่อของโรนัลโด้ได้ถูกถอดออกจาก11ตัวจริง
ทั้งโลกงงเป็นไก่ตาแตกหลังจาก11ตัวจริงได้ประกาศออกมาเอ็ดมุนโด้ได้ลงแทนโรนัลโด้ แต่โรนัลโด้ได้กลับมาเป็นตัวจริงก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่มขึ้น สุดท้ายบราซิลพ่ายแพ้เจ้าภาพฝรั่งเศสไปด้วยสกอร์3-0
มีการเปิดเผยหลังจากนั้นว่าโรนัลโด้เกิดอาการลมชัก น้ำลายฟูมปากก่อนการแข่งขันนัดชิง แต่มาริโอ ซากัลโลกุนซือพลพรรคแซมบ้าตัดสินใจในนาทีสุดท้ายให้โรนัลโด้ลงเล่นหลังจากไปตรวจที่โรงพยาบาลแล้วไม่เจออาการผิดปกติ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดทฤษฏีสมคบคิดมากมายลือไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการล็อกผลการแข่ง การโดนวางยา และอื่นๆอีกมากมาย

1. สนามรบซานติอาโก้

สนามรบซานติอาโก้

การประทะกันระหว่าง ฮังการี่ และบราซิลในฟุตบอลโลกปี1954และฮอลแลนด์กับ โปรตุเกส ในปี2006ดูจะเทียบไม่ได้เลยกับสมรภูมิเดือดแห่งซานติอาโก้ระหว่างเจ้าภาพชิลีและอิตาลี่ในฟุตบอลโลกปี1962 จุดเริ่มต้นเกิดจากบทความของสื่ออิตาลี่ได้จุดประกายความเกลียดชังโดยกล่าวว่าประเทศชิลีเป็นประเทศล้าหลังและไม่ควรได้จัดฟุตบอลโลก ทำให้ชาวชิลีไม่พอใจอย่างมาก เมื่อเกมเริ่มต้นขึ้นทั้งสองชาติจ้องที่จะเล่นคนมากกว่าเล่นฟุตบอลทำให้เกิดการประทะที่รุนแรงตลอดทั้งเกม
ผู้ตัดสินเคน แอสตันไม่สามารถควบคุมความเดือดในเกมนี้ได้เลย อย่างไรก็ตามเกมสุดเดือดจบลงด้วยนักเตะฝั่งอิตาลี่ถูกเชิญออก2คนเท่านั้น จอร์โจ้ เฟร์รินีมิดฟิลด์ของอิตาลี่ถูกไล่ออกหลังจากเข้าทำฟาวล์อย่างรุนแรงใส่นักเตะชิลีแต่เขาปฏิเสธที่จะออกจากสนามเพราะคิดว่าผู้เล่นชิลีก็เข้าสกัดรุนแรงเหมือนกันทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาและพาเฟร์รินี่ออกไป
ในขณะที่ลีโอเนล ซานเชสนักเตะของชิลีรอดจากการถูกเชิญออกแม้เขาจะต่อยใส่มาริโอ ดาวิดเข้าที่หน้า และทำให้จมูกของฮัมเบอร์โต้ มาสชิโอ้หัก
เดวิด โคลแมนนักพากย์ในเกมนั้นถึงกับขนานนามเกมการแข่งขันนี้ว่าเป็นเกมที่น่าเกลียด น่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล 5 เหตุการณ์ สุดอื้อฉาว ในวงการ ลูกหนัง ที่ไม่อาจลืม

Be the first to comment

Leave a Reply