May 14, 2021

แหล่งรวมข่าว ฟุตบอล กีฬาวันนี้ ยอดนิยม ที่มีการแข่งขันตลอดทั้งปีอัพเดทครบทุกลีก

บอล เด็ด วัน นี้ ข่าว กีฬา ฟุตบอล กีฬา วัน นี้ ผล บอล พรีเมียร์ ลีก ข่าว กีฬา ล่าสุด

เชื่อหรือไม่ 4 ขุนพลดังเป็นแชมป์โลก แบบไม่ต้องเสียหยาดเหงื่อ

ขุนพลดังเป็นแชมป์โลก

ฟุตบอลโลกคือทัวร์นาเม้นต์ที่ใครก็แล้วแต่ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ต่างอยากจะเข้าไปสัมผัสกันสักครั้ง เพราะนั่นคือเกียรติประวัติแห่งการเป็น ขุนพลดังเป็นแชมป์โลก เลยทีเดียว แต่ไกลกว่านั้นนั่นคือการมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกนี่สิ มันยากยิ่งกว่า แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีตำนานลูกหนังบางคน เคยคว้าแชมป์โลกแบบไม่ต้องลงเล่นด้วยก็มีมาแล้ว แต่จะมีใครกันบ้าง มาตามติดเรื่องกันเลยจ้า

ตามรอยตำนาน 4 ขุนพลดังเป็นแชมป์โลก โดยไม่ต้องลงสนาม

เปเป้

  1. เปเป้ (1958และ1962)

นี่คือตำนานของซานโต๊ส และเพื่อนร่วมทีมของเปเล่ ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เขาถูกจดบันทึกเอาไว้ว่า มีดีกรีเป็นแชมป์โลกสองสมัย แต่เขาไม่ได้ลงสัมผัสเกมในรอบสุดท้ายเลยแม้แต่นัดเดียว ซึ่งเหมือนกับว่า เขาไปท่องเที่ยวในสวีเดนและชิลี มากกว่า ซึ่งเขาโชคร้ายที่ติดทีมไปในยุคของนักเตะพรสวรรค์ของบราซิลล้นทีม ทำให้ไม่มีโอกาสได้ลงเล่น เพราะดาวเด่นช่วงนั้นนอกจากเปเล่แล้ว ยังเป็นช่วงสุดยอดของการินช่า และ วาว่า อีกด้วย แต่จริงๆ แล้วเขาก็มีสถิติการยิงประตูให้ทีมแซมบ้าไม่น้อย เมื่อซัดได้ทั้งสิ้น 21 ประตู จาก 44 นัด แต่มันไม่ใช่สำหรับฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

ฟรังโก้ บาเรซี่

  1. ฟรังโก้ บาเรซี่ (1982)

ตำนานแนวรับผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นลิเบอโร่ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกรายนี้ ยังสะสมดีกรีการเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกเอาไว้กับตัวได้ แต่ครั้งนั้น เขาไม่ได้สัมผัสเกมแม้แต่นัดเดียว เพราะในปี 1982 เขาเป็นเพียงดาวรุ่งที่ติดทีมไปด้วยนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่เขากลายเป็นแนวรับระดับโลกแล้ว เขามีดีกรีเป็นแชมป์ยุโรปร่วมกับเอซีมิลานถึง 3 สมัย จนกลายเป็นตำนานแห่งวงการฟุตบอลอิตาลีและเอซี มิลาน ส่วนการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เขาขยับเข้าใกล้ที่สุดในปี 1994 ซึ่งครั้งนั้นอิตาลีพ่ายการดวลจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศไป ทำให้แชมป์ตกเป็นของบราซิลไปนั่นเอง

ดาเนี่ยล พาสซาเรลล่า

  1. ดาเนี่ยล พาสซาเรลล่า (1986)

นี่คือกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า ผู้พาทีมฟ้าขาวผงาดครองแชมป์โลกสมัยแรกในปี 1978 ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศเลยทีเดียว การเข้าร่วมศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้งในปี 1986 แม้ว่านี่จะเป็นยุคของดีเอโก้ มาราโดน่า ที่สร้างปรากฎการณ์ หัตถ์พระเจ้าขึ้นในทัวร์นาเม้นต์นี้ และก้าวไปถึงแชมป์โลกด้วยการปราบ เยอรมันตะวันตกได้ 3-2 แบบสุดมันส์ แต่พาสซาเรลล่า กลับโชคร้าย โดนโรคลำไส้เข้าเล่นงานพอดี ทำให้ต้องล้มหมอนนอนเสื่อดูรุ่นน้องลงเล่น แต่ก็ยังอยู่ในทีม และนักเตะที่ได้ลงเล่นแทนเขาอย่าง โฆเซ่ หลุยส์ บราวน์ ก็แจ้งเกิดในทัวร์นาเม้นต์นี้ เพราะเป็นคนแอสซิสต์ประตูชัยให้ เบอร์ดูชาก้า ไปทำประตูสุดท้ายคว้าแชมป์โลกมาครองจนได้

โรนัลโด้

  1. โรนัลโด้ (1994)

แม้ว่าเขาจะเป็นดาวเด่นให้กับทีมชาติบราซิลในชุดรองแชมป์โลกปี 1998 และ เป็นดาวซัลโวในฟุตบอลโลก 2002 และคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ แต่จริงๆ แล้ว เขาแอบสะสมเหรียญแห่งตำแหน่งแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 1994 แล้ว แต่คราวนั้น เขาเพิ่งจะอายุแค่ 17 ปี และไม่ได้ลงเล่นเลยแม้แต่นาทีเดียวต่างหาก ซึ่งต้องยอมรับว่า ยุคนั้น มันเป็นยุคของโรมาริโอ กองหน้ารุ่นพี่ ที่ประสานงานร่วมกับ เบเบโต้ ได้อย่างลงตัว ซึ่งโรนัลโด้ เริ่มกลายเป็นที่รู้จักจริงๆ ตอนไปโผล่กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นที่ฮอลแลนด์แล้วมากกว่า จนกระทั่งในโลกนี้ไม่มีใครไม่รู้จักลีลาการถล่มประตูที่สุดยอดและน่าตื่นเต้น จากฝีเท้าของเขา ที่ยังติดตาตรึงใจเหล่าแฟนบอลมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้เลย

นอกจากนี้ยัง ขุนพลดังเป็นแชมป์โลก คนอื่นๆอีกที่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ แต่ยิ่งน่าภูมิใจก็คงจะเป็นแข้งที่ลงแรงช่วยทีม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์มา หากต้องการทราบสถิตินี้ สามารถเข้ามาหาอ่าน ข่าวฟุตบอลล่าสุด ได้ที่นี่ มีเรื่องราวเกี่ยวกับวงการลูกหนังให้ได้อ่านกันทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็มีให้อ่านครบหมด