3-ข้อเสีย-ตลาดซื้อขาย-นักเตะ-พรีเมียร์ลีก-มีอะไรบ้าง-คลิก-เลย

แน่นอนว่าแฟนบอลชาวไทย ทีมที่เชียร์กันก็จะมาจาก ลีกอังกฤษ และเป็นบรรดาทีมท็อปซิกซ์ ด้วย ซึ่งในจุดที่จะเขียนต่อจากนี้ ผมจะเอา 3 ข้อเสีย ตลาดซื้อขาย นักเตะ พรีเมียร์ลีก มีอะไรบ้าง ถ้าคุณเป็นแฟนบอลลีกผู้ดีไม่ควรพลาดเด็ดขาด

แดเนี่ยล-เจมส์

ทุกวันนี้เมื่อผมได้เข้าไปในโลกของ โซเชียล เน็ตเวิร์ค ก็จะเห็นเหล่าแฟนบอลเริ่มบ่นว่าทำไมทีมที่เชียร์ ถึงซื้อตัวกันได้ช้าเหลือเกิน ปัจจุบันนับจากปิดฤดูกาล 2018-19 มาจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

มีการขยับนักเตะเพียงรายเดียวคือ แดเนี่ยล เจมส์ 1 ใน 5 นักเตะ ดาวรุ่ง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่ย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่วนทีมอื่นๆ ยังไม่มีเลยสักราย บางทีมนี่ถึงขั้นแทบไม่มีข่าวอะไรเลยด้วยซ้ำ…

และยิ่งในตลาดซื้อขายรอบนี้ เชลซี ยังลูกผีลูกคน คือยังไม่ได้มีการยืนยันว่าพวกเขาจะสามารถซื้อได้หรือไม่ เพราะเรื่องการถูกแบนโดยฟีฟ่า ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลโลก

เท่ากับว่าตอนนี้มันเหลือแค่ 5 ทีมเท่านั้นที่มีโอกาสเสริมทัพ และอย่างที่ได้บอกไปข้างต้น คือได้คนเดียว ที่เหลือเป็นเพียงแค่ข่าวลือ

จริงๆ ไม่ใช่ว่ามันเป็นเพราะทีมเหล่านั้น ไม่ได้อยากได้นักเตะคนใหม่นะครับ แต่มันก็จะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การชูเสื้อมันยังไม่เกิดขึ้น

และก็ไม่ใช่ว่ามันเป็นเพราะการดำเนินงานของบรรดาผู้บริหาร หรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อในการเจรจาทำงานกันช้าเสมอไป

หรือจะเป็นเพราะโดนโก่งค่าตัวกันทำให้เจรจากันได้ยากลำบากเพียงอย่างเดียว ซึ่งเหตุผลมากมายต่างๆ นาๆ มากกว่าที่ผมมองว่ามันเป็นส่วนประกอบรวมๆ กันมากกว่า

ซึ่งอีกส่วนประกอบใหญ่ที่สำคัญเลยคือเรื่องของช่วงเวลาในตลาดซื้อขายนักเตะ คือเรื่องช่วงเวลาของตลาดซื้อขายนักเตะอังกฤษ ที่กำหนดใหม่

หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบ ตลาดซื้อขายของ ฟุตบอลอังกฤษ เปลี่ยนจากเริ่มในวันที่ 1 กรกฎาคม ไปหมดในวันที่ 31 สิงหาคม

ปัจจุบัน เริ่มทำกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว มาจนถึงในซัมเมอร์นี้ มีการเปลี่ยนช่วงเวลาซื้อขายของประเทศอังกฤษ มาเริ่มกันในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ปีนี้เป็นวันที่ 16 พ.ค. ไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม

โรดรี้-แมนเชสเตอร์-ซิตี้

จะสังเกตว่าเวลามันเร็วกว่าเดิม แต่ก็ขยายช่วงเวลาของตลาดให้กว้างขึ้น จากเดิม 2 เดือน ก็เพิ่มมาเป็นเกือบๆ 3 เดือน ข้อดีคือส่งผลช่วยเหลือให้กับทีมระดับกลางหรือล่าง เมื่อก่อนตลาดซื้อขายจะไปปิดในวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปิดฤดูกาลไปแล้ว

มันก็จะมีเหตุการณ์การซื้อตัวในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายเกิดขึ้นกันประจำ ซึ่งถ้าบรรดาทีมใหญ่ ไปคว้านักเตะจากทีมระดับกลางๆ มาได้ ปัญหามันก็จะเกิดตรงที่พวกทีมที่เสียนักเตะไป หาตัวมาแทนไม่ทัน ก็เลยเปลี่ยนกฎนี้ออกมานั่นเอง

3 ข้อเสีย ตลาดซื้อขาย นักเตะ พรีเมียร์ลีก มีอะไรบ้าง

1. ลีกอื่นๆ ไม่ได้เล่นด้วย

ลีกฟุตบอล

อย่างที่บอกว่าตลาดซื้อขายที่เร็วขึ้นมา มันเกิดขึ้นในเฉพาะอังกฤษ แต่ลีกอื่นๆ เขายังเป็นช่วงเวลาเดิม ซึ่งมันทำให้เกิดช่วงเวลาที่เหลื่อมกันอยู่

สมมุติว่า ลิเวอร์พูล อยากจะได้นักเตะสักคนหนึ่งใน ลาลีกา สเปน พวกเขาเปิดตลาดตั้งแต่วันที่ 16 ของเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตลาดซื้อขายของ สเปน เริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นราวๆ เดือนครึ่ง มันทำได้แค่เจรจา

ซึ่งการเจรจามันก็เริ่มจากสโมสรทั้งสองเข้าคุยกันว่าจะมีการซื้อขายผู้เล่นรายนี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วทีมที่จะต้องปล่อยนักเตะออกไปนั้น เขาก็ต้องหาตัวแทนนักเตะที่จะเข้ามาเสริมทีม

พูดง่ายๆ คือถ้าผมเป็นเจ้าของทีมในสเปน ผมจะขายนักเตะให้กับ ลิเวอร์พูล ผมก็ต้องหาตัวแทน เข้ามาแทนที่นักเตะคนนั้น

แต่สิ่งที่สำคัญเลยคือ ผมยังไม่สามารถซื้อได้ เนื่องจากตลาดยังไม่เปิด มันก็เหมือนกับเป็นการทำตลาดอยู่ฝ่ายเดียว เหมือนคุณไปเดินซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดรถไฟ (หลังเอสพลานาด รัชดา) แต่คุณไปตอนบ่ายสอง ร้านยังไม่เปิด ต่อให้คุณมีเงินมากขนาดไหน คุณก็ซื้อไม่ได้

นั่นเลยทำให้การเจรจามันไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าการซื้อตัวในตอนนี้มันจะไม่มีเลยนะครับ มันก็มีบ้าง อย่างเช่นในปีนี้ เวสต์แฮม ก็ไปได้ ปาโบล ฟอร์นัลส์ จาก บียาร์เรอัล มาแล้วหนึ่งราย

หรือล่าสุด นอริช ก็ไปคว้าเอา โจซิป เดอร์มิช จาก โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แต่ในรายนี้คือการเซ็นฟรี แบบไม่มีค่าตัว คือมันก็มีบ้างที่จะสามารถเจรจากันตกลงได้เคลียร์ แต่มันก็ไม่ทุกดีลนั่นเอง

2.นักเตะก็รอเวลาเช่นกัน

เมซุต-โอซิล

อย่างที่เราเห็นว่าลีกอื่นๆ ก็ยังไม่ได้มีการเปิดตัวอะไรที่มันหวือหวามากนัก ถ้าไม่ใช่ เรอัล มาดริด ที่ไปคว้านักเตะมาแล้วหลายต่อหลายคน ทีมอื่นๆ ก็ยังแทบจะไม่ได้มีการขยับเลย

นักเตะที่สร้างเสียงฮือฮา เรียกง่ายๆ ว่าเนื้อหอมที่สุดในตลาดซื้อขาย อย่างเช่น มาตไตส์ เดอ ลิกท์ ทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้มีการเลือกย้ายทีมใดๆ และปัจจุบันเจ้าตัวทำอะไรอยู่? โน่นครับ ไปพักร้อน…

คือต่อเนื่องจากการเจรจากับสโมสรแล้ว พวกเขาก็ต้องมานั่งคุยกับเอเย่นต์ เพื่อพูดคุยเรื่องสัญญาส่วนตัว แต่ผู้เล่นบางราย ก็ไม่ยอมคุยด้วย เพราะต้องการพักร้อนเสียก่อน ฉะนั้นมันก็จะประสานงานกับเอเย่นต์ไม่ได้

บางกรณี ก็เป็นทางเอเย่นต์เองนั่นแหละครับ ที่ยื้อดีลนี้เอาไว้ เพื่อที่จะรอให้ทีมอื่นๆ จากลีกต่างๆ ยื่นข้อเสนอเข้ามาด้วยเช่นกัน ถ้านักเตะรายนั้นเป็นพวกแข้งเนื้อหอม มีหลายทีมอยากได้

และในแทบจะทุกๆ ปีเดี๋ยวนี้ช่วงซัมเมอร์ จะมีการแข่งทีมชาติกันเกิดขึ้นประจำ อย่างในซัมเมอร์นี้ก็มีทัวร์นาเมนต์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โกปา อเมริกา, คอนคาเคฟ โกล คัพ, แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ และยังมี ยูโร ยู-21 อีกด้วย

แน่นอนว่านักเตะที่ติดภารกิจทีมชาติเหล่านี้ พวกเขายังไม่พร้อมที่จะคุยเรื่องย้ายทีมหรอกครับ เป็นส่วนใหญ่นะ สุดท้ายพวกเขาก็พร้อมคุยหลังทัวร์นาเมนต์จบสิ้นอยู่ดี

3.ความลำบากและความตื่นเต้นในวันเดตไลน์

ตลาดซื้อขาย นักเตะ พรีเมียร์ลีก

วันที่ 8 สิงหาคม คือวันตลาดซื้อขายของอังกฤษ ปิดตัวลง แต่ในลีกอื่นๆ วันที่ 8 คือวันเริ่มการเจรจาในบางเคสด้วยซ้ำ

สมัยก่อนเมื่อตลาดซัมเมอร์ของยุโรปมันปิดพร้อมกัน ในวันที่ 31 สิงหาคม คือวันที่คึกคักกันมากๆ เพราะมันเป็นวันสุดท้ายที่จะมีการซื้อขายนักเตะกัน นักข่าวแต่ละสำนักก็จะไปตั้งแคมป์เฝ้ากันที่สโมสรต่างๆ รอดูว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง

วันเดตไลน์ คือเป็นวันที่สำคัญมากๆ ในการซื้อขายนักเตะ เพราะมันจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะปรับทัพ มันจะมีการโยกย้ายกันเต็มไปหมดในทุกๆ ลีก

แต่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เราได้เห็นกันแล้วว่าความคึกคักในตลาดของอังกฤษ มันดูดร็อปลงไปเลย ถ้าเป็นสมัยก่อน การเจรจาในวันสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นลีกไหน แม้จะปิดไม่ตรงกัน แต่มันก็จะห่างกันไม่กี่วัน ฉะนั้นมันมีการเจรจาที่มีเวลามาบีบกระชับพวกเขาเอาไว้

เพียงแต่ถ้าเป็นในฤดูกาลที่แล้ว เราก็จะเห็นว่าอังกฤษ ก็จบตลาดลงไปแบบเหงาๆ อยู่ที่เดียว ขณะที่ลีกอื่นๆ ยังคงซื้อขายกันได้อย่างต่อเนื่อง

ฉะนั้นพวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องรีบซื้อ-ขายอะไร เพราะต่อให้ตลาดนักเตะของอังกฤษ ปิดตัวลง พวกเขาก็ยังคงซื้อนักเตะจากอังกฤษ ได้อยู่ดี

ยกตัวอย่างเช่น เรอัล มาดริด ต้องการ ปอล ป็อกบา ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้ ราฟาเอล วาราน พวกเขามีเวลาถึงแค่วันที่ 8 สิงหาคมเพื่อที่จะซื้อ วาราน แต่มีเวลาถึง 31 สิงหาคมที่จะเสีย ป็อกบา ออกจากทีม

มันทำให้ “ปีศาจแดง” เสียเปรียบในเรื่องการต่อรองเจรจา ในขณะที่พวกเขาต้องรีบซื้อ แต่ “ราชันชุดขาว” นั้นไม่จำเป็น ลองคิดดูว่ามันเป็นสถานการณ์ที่ทั้งคู่พร้อมขายนักเตะตัวเองออกไป แต่เวลาในการต่อรองค่าตัวมันเหลือมาก-น้อยไม่เท่ากัน

สถานการณ์แบบนั้น มันน่าจะทำให้ทีมจากอังกฤษ คงต่อรองอะไรไม่ได้มาก เพราะเวลาเหลือน้อย แต่ทางลีกอื่นๆ ก็จะมีเวลาที่จะต่อรองราคากันต่อไปได้อีกเกือบเดือนนั่นเอง มันทำให้เสน่ห์ของวันเดตไลน์ หายไปเป็นที่เรียบร้อย


ส่วนตัวเชื่อว่าถ้าทุกๆ ลีกปรับมาเป็นช่วงเวลาเดียวกัน ทุกๆ อย่างก็จะดีขึ้น ทั้ง 3 ข้อเสีย ตลาดซื้อขาย นักเตะ พรีเมียร์ลีก ก็อาจจะหายไป และมันน่าจะดีกับทีมในระดับกลางด้วยเช่นกัน แต่ถามว่าเมื่อไหร่นั้นก็ไม่ทราบได้จริงๆ ติดตาม ข่าวฟุตบอล สถิติฟุตบอล ติดตามได้ทุกวันทาง : www.michelleobamawatch.com

Leave a Reply