แนวโน้ม-พรีเมียร์ลีก-ฤดูกาล-2019-20-ตอนที่-1

เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่วัน เมื่อเข้าสู่เดือนสิงหาคมก็หมายความไว่าใกล้เต็มทนที่ศึก พรีเมียร์ ลีก จะกลับมาลงสนามอีกครั้งพร้อมกับคำถามเดิมๆ ว่าใครจะเป็นแชมป์ ใครจะตกชั้น ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาเช่นเดิม แต่ก่อนซีซั่นใหม่จะเริ่มเรามา โหมโรง แนวโน้ม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ตอนที่ : 1

แนวโน้ม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ตอนที่ : 1

นับตั้งแต่เปิดตลาดมา 1 เดือนเต็ม มีดีลยักษ์ใหญ่ย้ายเข้าสู่อังกฤษไม่มาก บรรยากาศในซัมเมอร์นี้ให้ความรู้สึกหงอยเหงา และบางทีแฟนๆ อาจได้เห็นอะไรเดิมๆ จากแนวโน้มเหล่านี้

ถึงอย่างนั้น ก็มีบางเรื่องที่พอจะมองได้ นั่นคือแนวโน้ม แม้ยังมีเวลาอีกมากสำหรับการเสริมทัพ แต่ความเงียบเหงาในฤดูร้อน ก็เป็นสัญญาณที่จะบอกถึงอะไรบางอย่าง

2 ทีมลุ้น แชมป์ พรีเมียร์ ลีก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ พรีเมียร์ลีก

ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว การขับเคี่ยวระหว่าง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่เหนือความคาดหมาย ทีมอันดับ 3 และ 4 ค่อยๆ หลุดออกจากกลุ่ม เป็นการต่อสู้ที่สูสีที่สุดรองจากฤดูกาล 2011/12 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ยูไนเต็ด

ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่สามารถทำสถิติ 100 คะแนนได้ ยิงได้น้อยลง แต่ก็เสียประตูน้อยลงด้วย ขณะที่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ เสียประตูน้อยที่สุดในลีก แต่ผลเสมอมากถึง 7 เกมทำให้พวกเขาไม่สามารถไปถึงฝั่นฝัน

แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อนเป็นทีมแรกในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ฤดูกาลใหม่นี้เขาจะทำได้เป็นสมัยที่ 3 หรือจะมีเซอร์ไพรส์? ติดตามบทความ 3 ข้อดี ข้อเสีย ตลาดซื้อขาย พรีเมียร์ลีก ได้ที่นี่

ซัมเมอร์นี้ทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก “เรือใบ” ทุ่มซื้อ โรดริ ในฐานะตัวแทนของ แฟร์นานดินโญ่ สมใจอยาก ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ยังแข็งแกร่งดี แม้อาจมีความกังวลใจกับการเตรียมอำลาของ ดาบิด ซิลบา แต่คนที่พอทดแทนได้ก็มี ขณะที่ คล็อปป์ บ่นเรื่องการเสริมทัพ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ดูเหมือนพวกเขาไม่ได้จำเป็นจะต้องซื้อมากขนาดนั้น

หมดยุค “บิ๊ก ซิกซ์”

ความแรงของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ถือว่าเหนือความคาดหมาย พวกเขาสามารถเขย่าขวัญทีมใหญ่ได้ และทีมที่เตรียมตัวขึ้นมาเป็นทีมใหญ่อย่าง เอฟเวอร์ตัน ก็เป็นทีมที่ห้ามประมาท รวมถึงอดีตแชมป์ พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ก็เป็นทีมที่ไม่ควรมองข้าม

3 ฤดูกาลที่ผ่านมา ช่องว่างระหว่างอันดับ 6 และ 7 อยู่ที่ 8-9 คะแนน แต่ความเป็นไปได้ที่ช่องว่างนี้จะลดลงก็มีเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเข้าสู่ยุคถ่ายเลือด ฤดูกาลนี้พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาแก้ปัญหาชั่วคราว ด้วยประสบการณ์ที่มีมากกว่าของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นี่ไม่ใช่การเสี่ยงหรือทดลองเหมือนอย่างที่ เชลซี ดึง แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามาด้วยความจำเป็น

แฟร้งค์ แลมพาร์ด
การมาของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงถอนหายใจ ต้องยอมรับว่าในสานการณ์แบบนี้ อาจไม่มีใครทำได้ดีกว่าคนกันเอง และโทษฐานที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะทำอะไรเขาก็จะได้รับความรักจากแฟนๆ นั่นคือสิ่งที่สโมสรคิด

เชลซี เจอปัญหาใช้โค้ชเปลือง ใครก็ไม่ถูกใจ และการโดนลงโทษแบนห้ามซื้อนักเตะก็ทำให้พวกเขาหายใจลำบาก การมาของ แลมพาร์ด ไม่รู้จะออกหน้าไหน และสำหรับ อาร์เซน่อล พวกเขาต้องเอาจริงเอาจังมากขึ้น แต่งบประมาณน้อยเท่าเดิม และปัญหาที่ยังแก้ไม่ตกก็ไม่รู้ว่าในสามทีมนี้ใครจะหลุดวงโคจรท็อป 6 ไปก่อนกัน

เยาวชนคืออนาคตของทีม

เป็นอีกฤดูร้อนที่นักเตะระดับโลกโยกย้ายไป เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า เรากำลังพูดถึง เอแด็น อาซาร์ และ อองตวน กรีซมันน์ ซึ่งการทุ่มเงินก้อนโตจากยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุก็เป็นเรื่องปกติ ขณะที่ทีมในอังกฤษก็ยังใช้เงินมาก แต่เป็นการทุ่มงบไปที่แข้งอายุไม่เกิน 25 ปี

นักเตะที่อายุเกิน 25 ปีและค่าตัวเกิน 10 ล้านปอนด์ (400 ล้านบาท) สถิติจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม เพิ่งมีเพียง 3 ราย โดย 2 ใน 3 เป็นการย้ายถาวรหลังจากใช้สิทธิ์ยืมตัว คือ ราอูล ฆิเมเนซ, แดนนี่ อิงส์ และ เจย์ โรดริเกซ สถิติที่ตามมายังบอกอีกว่า การซื้อนักเตะในวัยปลาย 20 มีเพียง 10.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และมากถึง 82.6 เปอร์เซ็นคือการซื้อนักเตะช่วงอายุ 20-25 ปี

ตองกี เอ็นดอมเบเล่
เอ็นดอมเบเล่ หนึ่งในกองกลางทั่กษ์ใหญ่ให้ความสนใจมากที่สุดเลือก ท็อตแน่ม เพราะที่นี่ให้โอกาสนักเตะอายุน้อย นั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง เห็นหน้าตาแล้วอย่าตกใจนึกว่า ติมูเอ้ บากาโยโก้ ย้ายข้ามเมืองมาจาก เชลซี

ทีมใหญ่ก็ทุ่มทุนเพื่อแข้งอายุไม่มาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ใช้เงิน 63 ล้านปอนด์ (2,520 ล้านบาท) เพื่อ ตองกี เอ็นดอมเบเล่ ส่วน แมนฯ ซิตี้ ซื้อ โรดริ และ ยูไนเต็ด กับ แอรอน วัน-บิสซาก้า

ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ ถึงเวลาแล้วที่เยาวชนผู้ดีจะได้เฉิดฉาย เราฟังกันมานานว่า เด็กอังกฤษเป็นแชมป์เยาวชนโลกชุดอายุไม่เกิน 20 ปี เป็นแชมป์ยุโรปชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ทีมเหล่านั้นมีใครซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันบ้าง

รีส เนลสัน
เนลสัน ไปเก็บประสบการณ์ใน บุนเดสลีกา มาแล้ว และยังมีข่าวลือว่าเขายังเป็นที่สนใจของสโมสรในเยอรมนีอยู่ ซึ่งหากฤดูกาลเปิดขึ้นแล้วเขาโชว์ฟอร์มได้ไม่ดี เขาอาจต้องออกเดินทางพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

มีหลายรายอยู่กับ อาร์เซน่อล อย่าง อีมิล สมิธ โรว์ หรือ รีสส์ เนลสัน ที่ฤดูกาลก่อนไปยืมตัวอยู่ใน บุนเดสลีกา หรือ เชลซี ที่คับคั่งไปด้วยเยาวชน ขึ้นชื่อเรื่องการส่งออกแข้งเด็กมากที่สุด อีกฟากหนึ่งของลอนดอนอย่าง ท็อตแน่ม ก็มี ไคล์ วอล์คเกอร์ ปีเตอร์ส และ เจมส์ แมดดิสัน ของ เลสเตอร์ ก้ใกล้เต็มทนที่จะได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ กระทั่ง แมนฯ ซิตี้ ที่หนาแน่นด้วยสตาร์ต่างชาติก็มี ฟิล โฟเด้น

เจมส์ แมดดิสัน แนวโน้ม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20
แมดดิสัน วัย 22 ปีกำลังได้รับการเฝ้าดูจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต หากทีมชาติไม่หนาแน่นจนเกินไป ภายในปีนี้ แฟนๆ อาจเห็นเขาก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ เป็นแนวโน้มที่ดี ถ้า พรีเมียร์ลีก จะสมเป็นฟุตบอลอังกฤษทีคับคั่งด้วยนักเตะอังกฤษ

ทั้งการเติบโตของผู้เล่นรุ่นใหม่ๆ กับทีมเยาวชนอังกฤษที่มีผลงานน่าสนใจ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจทำให้นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนเพื่ออนาคต เมื่อ อิตาลี สเปน และ เยอรมนี ต่างก็เคยประสบความสำเร็จระดับโลก ตอนนี้ถึงเวลาของอังกฤษบ้างหรือยัง


โปรดติดตาม โหมโรงก่อน! แนวโน้ม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ตอนต่อไป เคล็ดลับการแทงบอล ข่าวฟุตบอล ติดตามได้ทาง : www.michelleobamawatch.com

Leave a Reply