วิเคราะห์ท่าที 3 ฝ่าย กับการต่อสัญญา เอร์เรร่า นักเตะดัง ของปีศาจแดง

เอเรร่า

ช่วงหลายๆ วันที่ผ่านมา ข่าวลือเรื่องของ อันเดร เอร์เรร่า ถูกเผยแพร่กันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเจ้าตัว เตรียมเก็บข้าวของย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลนี้ แบบไม่มีค่าตัว

เรื่องราวจากแรกๆ ที่ดูเหมือนจะไม่น่าเป็นความจริง ก็กลับดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เนื่องจากเจ้าตัวเองก็ออกมาให้สัมภาษณ์ แบบกลางๆ คือเป็นไปได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการย้ายออก หรืออยู่ต่อทีนี้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เริ่มเครียดกับข่าวที่เกิดขึ้นแล้วครับ เพราะเราจะเห็นกันมาตลอดในฤดูกาลนี้ ว่าบอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” นำโดย เอ็ด วู้ดเวิร์ด ไล่ตามต่อสัญญานักเตะกันไปหลายต่อหลายคน

ใครที่ยังมีออพชั่นยืด 1 ปีอัตโนมัติ ก็จัดการใช้เงื่อนไขดังกล่าวเพื่อเพิ่มเวลาการเจรจาออกไป ส่วนใครที่ไม่มีก็ทำการต่อสัญญาทันที อย่างเช่น ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง และ แอชลี่ย์ ยัง และก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่เก็บ อันโตนิโอ วาเลนเซีย กัปตันทีมชาวเอกวาดอร์ไว้ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในฤดูกาลหน้า เพราะจนป่านนี้ ก็ไม่ได้มีข่าวดำเนินการต่อสัญญา แถมทางฝั่งคนใกล้ชิดนักเตะ ก็เผยว่าเตรียมหาทีมใหม่แล้ว

แต่ทางฝั่งของ อันเดร เอร์เรร่ามีข่าวมาเป็นพักๆ ว่าพวกเขากำลังดำเนินการต่อสัญญาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันเป็นเรื่องเข้าใจได้อยู่แล้ว เพราะด้วยผลงานการเล่นของแข้งชาวสเปนในช่วงหลัง อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ตั้งแต่ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ เสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวมันไม่มีความต่อเนื่อง และไม่พบความกระเตื้องใดๆ เกิดขึ้น ทำให้มีมือที่สามอย่าง “เปแอสเช” ยื่นมือเข้ามาในเรื่องนี้

ตัวละครที่สำคัญ นอกจาก ปารีสฯ ที่เป็นบุคคลภายนอก และรอท่าทีจากฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว ก็จะมีอยู่ 3 ฝ่ายนั่นคือเอร์เรร่า, เอเย่นต์ส่วนตัว และ ทางบอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง”

ซึ่งวันนี้แฟนบอลหลายๆ คนตั้งคำถาม ว่าทำไมเรื่องราวดังกล่าว มันกลับปล่อยให้ล่วงเลยมาจนเป็นแบบนี้ เพราะนี่คือหนึ่งในผู้เล่นที่ควรจะทำการต่อสัญญาให้มากที่สุดคนหนึ่ง ปัจจุบันก็เป็นตัวหลักใน 11 ผู้เล่นตัวจริงของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้เป็นกุนซือ โดยเราจะมาวิเคราะห์ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับทั้ง 3 ฝ่ายนี้

3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กับการย้ายทีมของ เอเร่ร่า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นี่คือฝั่งที่จะถูกแฟนบอลโจมตีมากที่สุด เนื่อยจากปัจจุบันยังไม่สามารถเจรจากับ เอร์เรร่า ให้ลุล่วงได้ โดยข่าวลือที่ออกมามันเกิดจากเรื่องการคุยค่าเหนื่อยไม่ลงตัว ทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการต่อสัญญาพร้อมอัพค่าเหนื่อยจากเดิม 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เป็น 1 แสนปอนด์

แต่ทางฝ่าย นักเตะ และเอเย่นต์ ต้องการเงินจำนวน 1 แสน 5 หมื่นปอนด์ ซึ่งแน่นอนว่าทีมระดับ แมนฯ ยูไนเต็ด กะอีแค่เงิน 1 แสนครึ่ง มันไม่ได้เป็นเรื่องยากเลย พวกเขาคือทีมที่มีรายได้เข้าสโมสรมากมาย พูดกันง่ายๆ ภาษาชาวบ้านคือเป็นทีมรวย ฉะนั้นการที่ เอร์เรร่า ขอไว้ที่แสนห้า มันไม่ได้ทำให้แฟนบอลมองว่าแข้งรายนี้เห็นแก่เงินเลยแม้แต่น้อย

และแน่นอน กระแสตีกลับมาด่าสโมสร ที่ไม่ยอมจ่ายเงินแค่นี้ให้มากกว่า ซึ่งก็น่าเห็นใจทางทีมไม่น้อยเหมือนกัน ด้วยความที่พวกเขาพลาดกับการวางแผนเรื่องเพดานค่าจ้าง มาตั้งแต่ต้น ไปทุ่มให้ อเล็กซิส ซานเชซ ถึง 350,000 ปอนด์ และ ปอล ป็อกบา 290,000 ปอนด์ ซึ่งมันกระโดดออกจากคนอื่นทั้งหมด และมันทำให้การให้น้ำหนักเรื่องค่าเหนื่อย มันต้องเทไปอยู่กับนำเตะระดับท็อปที่ซื้อเข้ามาแพงๆ และยังไม่รวมไปถึงนักเตะคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาอีกด้วย

ก็เรียกได้ว่าพวกเขาพลาดมาตั้งแต่ตอนเริ่มทุ่มเงินซื้อนักเตะ และใช้เม็ดเงินค่าเหนื่อยในการหลอกล่อนักเตะออกมาอยู่กับตน

อีกส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนกุนซือ เพราะปัจจุบันทีมก็ยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มว่า “น้าลูกอม” จะได้เป็นนายใหญ่ถาวรหรือไม่ ทำให้เรื่องทั้งการเสริมทัพ รวมถึงแผนการทำทีม มันก็ถูกเบรคเอาไว้

แต่มันก็มีข้อสังเกตุว่าในช่วงเวลาที่ โซลชา เข้ามา ทีมก็มีการต่อสัญญานักเตะไปหลายคนแล้ว กะอีแค่เอร์เรร่า อีกคนเดียว มันทำไม่ได้หรือ?


อันเดร เอร์เรร่า

 เอร์เรร่า

เราเห็นท่าทีของเขามาตลอด ว่าเขาทุ่มเทให้กับสโมสรนี้มาขนาดไหน แม้ว่าทีมจะประสบความสำเร็จไม่ได้มากมาย แต่เขาก็ยังเลือกอยู่กับทีมต่อไป จนผ่านมาแล้ว 5 ฤดูกาล ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล และ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีช่วงเวลาที่เขาไม่ได้ยึดตำแหน่งตัวจริงไว้ได้ แต่เขาก็ไม่ไปไหน

จนมาถึงวันนี้ วันที่เขาได้กลายเป็นกำลังหลัก หาตำแหน่งตัวจริง หน้าที่บนสนามที่ดูเหมาะกับเขาแล้วในยุคของ โซลชา แต่กลับกลายเป็นว่าเขาอาจจะต้องย้ายออกไป มันก็น่าน้อยใจสำหรับเขา ที่ขอค่าเหนื่อยไปในระดับกลางๆ แต่ทีมไม่สามารถให้ได้

การปล่อยให้กับเอเย่นต์ส่วนตัว เป็นคนจัดการเรื่องนี้ คือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วสำหรับ เอร์เรร่าแม้ว่าหลายๆ คนอาจจะมองว่าตัวเอเย่นต์ อาจจะปั่นหัวนักเตะเพื่อหวังเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่การที่สโมสร ไม่ได้ดูจะแคร์เขามากมายเท่าไหร่ ถ้ามองจากข่าวลือที่ออกมา การมอบหน้าที่ให้กับตัวแทนนักเตะ คือสิ่งที่แฟร์ที่สุด

มันแสดงให้เห็นว่าเขายังคงเคารพสโมสร และจะไม่ยื่นมือของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยหน้าที่ของ เอร์เรร่า คือการวาดลวดลายบนสนามเท่านั้น เพื่อเป็นการไม่เอาตัวเองเข้าไปกดดันทีม, เพื่อนร่วมทีม รวมถึงแฟนบอล แถมยังไม่ทำให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวดูอึดอัดด้วย


เอเย่นต์ส่วนตัว

ปีศาจแดง

นี่เป็นอีกหนึ่งฝั่งที่น่าจับตามองมากๆ เพราะเอเย่นต์ส่วนตัวรายนี้ กลายเป็นผู้ครองอำนาจการต่อรองเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งแน่นอนว่าเขาอาจจะมองถึงผลประโยชน์ตัวเอง ในการฟันเงินก้อนโต เพื่อเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง แต่ก็อย่าลืมว่าเขาเองก็มีความชอบธรรมที่จะทำมันได้

สิ่งที่เราต้องไม่ลืมว่าเอเย่นต์ของ เอร์เรร่า นั้นไม่ได้ทำอะไรที่มันข้ามหน้าข้ามตา หรือไม่ให้เกียรติสโมสรเลย เพราะอย่าลืมว่านี่คือสัญญาปีสุดท้าย พอหมดฤดูกาลนี้ นักเตะจะย้ายไปไหนก็ได้ โดยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้อะไรแม้แต่แดงเดียว

ฉะนั้นการที่เขาเริ่มมองหาสโมสรใหม่ ให้กับ เอร์เรร่า ในฤดูกาลหน้า ไม่ว่าจะเป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตามที่เป็นข่าว หรือพวกที่ถูกลือทีมอื่นๆ อย่าง บาร์เซโลน่า หรือ อาร์เซน่อล มันไม่ได้เป็นเรื่องผิดอะไร และมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องด้วยซ้ำ เพราะถ้า เอร์เรร่า กลายเป็นฟรีเอเย่นต์ และยังไม่มีทีมรองรับ มันก็จะเสียหายทั้งเขาและก็ตัวนักเตะดังของเขาเอง

ต้องรอดูกันนะครับสถานการณ์นี้ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทาง “ปีศาจแดง” โดย เอ็ดวู้ดเวิร์ด สุดท้ายจะยอมรับฟังเสียงแฟนบอล และยอมที่จะเสียเงินแสนห้าต่อสัปดาห์หรือไม่?

และที่สำคัญเลยคือทีมได้มีแผนสำรองอะไรหรือเปล่า กับการหาตัวแทน อย่างก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวกับ อาเดรียน ราบิโอต์ ซึ่งก็อาจจะกลายเป็นดีลแลกเปลี่ยนกันก็เป็นได้

ส่วนทางฝั่งนักเตะและเอเย่นต์ ก็น่าติดตามว่าทีท่าของทั้งคู่จะไปในทิศทางไหนต่อไป ถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมที่จะเคาะราคาค่าเหนื่อยแสนห้า ทั้งคู่จะยังโอเคอยู่ไหม เพราะล่าสุดมีการเปิดเผยว่า “เปแอสเช” พร้อมให้ 175,000 ยูโร ซึ่งก็ราคาเท่ากัน แต่เรื่องความใหญ่ของทีม ความสำเร็จที่จับต้องได้ ต้องยอมรับว่า ปารีสฯ มีภาษีดีกว่า เมืองก็น่าอยู่ (แม้ช่วงนี้จะมีการประท้วง)

ยังไงเรื่อวนี้ก็ต้อวมีข้อสรุป เพราะสัญญาของ เอเรร่า อย่างไรก็ต้องหมดในวันที่ 30 มิถุนายน ซึ่งถึงเวลานั้น เราจะได้รู้กันว่าผู้เล่นที่แฟนบอลชาวไทยหลายๆ คน ยกย่องให้เขาเป็นถึงขั้นกัปตันทีมคนต่อไป จะได้อยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไปหรือไม่

Be the first to comment

Leave a Reply