5 สโมสรฟุตบอล ม้ามืด ถ้วยยุโรป เคยสร้างเซอร์ไพรส์สะท้านโลก

5-สโมสรฟุตบอล-ม้ามืด-ถ้วยยุโรป-เคยสร้างเซอร์ไพรส์สะท้านโลก

บาร์เซโลน่า พบ ลิเวอร์พูล และ อาแจ็กซ์ พบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นี่คือโฉมหน้าของรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มีทีมเหนือความคาดหมายแทรกตัวอยู่ ในอดีตนี่คือ 5 สโมสรฟุตบอล ม้ามืด ถ้วยยุโรป เคยสร้างเซอร์ไพรส์สะท้านโลก

อาแจ็กซ์ 5 สโมสรฟุตบอล ม้ามืด ถ้วยยุโรป เคยสร้างเซอร์ไพรส์สะท้านโลก
อาแจ็กซ์ เป็นม้ามืดประจำฤดูกาลนี้ พวกเขาโค่นอดีตแชมป์ 3 สมัย เรอัล มาดริด ในรอบน็อคเอาท์ และฝ่าด่านตัวเต็งอย่าง ยูเวนตุส มาได้ด้วยแข้งหนุ่มเต็มทีม สิ่งที่พวกเขาต้องทำต่อจากนี้คือซึมซับภาพวันวานของอดีตแชมป์ยุโรป 4 สมัยเพื่อก้าวต่อไปอย่างห้าวหาญ

อาแจ็กซ์ เป็นม้ามืดประจำฤดูกาลนี้ พวกเขาโค่นอดีตแชมป์ 3 สมัย เรอัล มาดริด ในรอบน็อคเอาท์ และฝ่าด่านตัวเต็งอย่าง ยูเวนตุส มาได้ด้วยแข้งหนุ่มเต็มทีม สิ่งที่พวกเขาต้องทำต่อจากนี้คือซึมซับภาพวันวานของอดีตแชมป์ยุโรป 4 สมัยเพื่อก้าวต่อไปอย่างห้าวหาญ

แทบจะทุกปี ผู้ชมมักจะพบกับทีมม้ามืด ม้านอกสายตา พวกเขาโค่นยักษ์ใหญ่ ตบเท้าเข้ารอบพร้อมกับเสียงปรบมือกึกก้องแม้ไปไม่ถึงฝัน แต่ถ้าจะ ย้อนความทรงจำ 10 ปี 8 ทีม จากอังกฤษ ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็คงได้รู้ว่าเรื่องราวในอดีตเป็นอย่างไร

5 สโมสรฟุตบอล ม้ามืด ถ้วยยุโรป เคยสร้างเซอร์ไพรส์สะท้านโลก

โมนาโก – 2003/04

โมนาโก-2003-2004

ถ้าคิดว่ารอบชิงชนะเลิศที่จะเกิดขึ้นที่ วั่นต๋า เมโทรโปลิตัน ในปี 2019 นี้แลดูน่าเบื่อ ขอให้ย้อนกลับไปในปี 2004 ซึ่งคู่แข่งขันคือ โมนาโก และ เอฟซี ปอร์โต้ ที่คุมทัพโดย โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากโลกรู้จัก “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ก็แทบไม่มีใครคิดว่าทีมชุดนั้นคือทีมมหัศจรรย์ บวกกับชื่อเสียงของทีมที่ยิ่งใหญ่ในโปรตุเกสเสมอมา

แต่สำหรับ โมนาโก พวกเขาไม่ได้เป็นแชมป์แดนน้ำหอมบ่อยนัก ฤดูกาล 2003/04 พวกเขาเข้ารอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะรองแชมป์ ลีก เอิง และมีแข้งกำลังหลักเป็นชาวฝรั่งเศส กาแอล ชิเว่ต์ ขันแนวรับร่วมกับ ปาทริซ เอวร่า ที่ย้ายไปได้แชมป์ในอีก 2 ปีต่อจากนั้นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ปีกขวากัปตันทีม ลูโดวิช ฌูลี่ โดนขายไป บาร์เซโลน่า และซ้าย เฌโรม โรธ็อง ย้ายซบ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ส่วนหัวหอกคือ เฟร์นานโด มอร์ริเอนเตส ข้ามถิ่นไป ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมา

การเข้าชิงในครั้งนั้นเป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ทีม พวกเขาทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในฤดูกาล 2016/17 ด้วยพลังแข้งหนุ่มอย่าง ติมูเอ้ บากาโยโก้, คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้, โตม่าส์ เลอมาร์, แบร์นาโด ซิลวา และ แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ แต่ไม่ดีพอที่จะชิงชนะเลิศอีกครั้ง


ปาร์ม่า – 1998/99

ปาร์ม่า-1998-1999

ถอยหลังกลับไปในยุค 90 เมื่อพูดถึง ยูฟ่า คัพ มันคือถ้วยยุโรปที่มีศักดิ์ศรีน้อยที่สุดเป็นรอง คัพ วินเนอร์ส คัพ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ ปาร์ม่า สนใจ พวกเขาผ่านเข้ามาแล้ว และต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อศักดิ์ศรีของสโมสร และความแข็งแกร่งสไตล์อิตาเลี่ยน ถึงแม้อยู่ในถ้วยเล็ก แต่นักเตะชุดนั้นนับว่าแข็งแกร่งเป็นเบอร์ต้นๆ

ทีมของพวกเขามี จานลุยจิ บุฟฟ่อน ในวัยหนุ่ม ฟาบิโอ คันนาวาโร่, ลิลิย็อง ตูราม ที่เพิ่งคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส, ฮวน เซบาสเตียน เวรอน และ เฮอร์นัน เครสโป ที่กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของโลกในอีกไม่กี่ปีต่อจากนั้น

รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า คัพ กับ โอลิมปิก มาร์กเซย พวกเขาเอาชนะไปแบบสบายๆ 3-0 จากประตูของ เครสโป, เปาโล วาโนลี่ และ เอ็นริโก้ เคียซ่า ส่วนผลงานในลีกจบเป็นอันดับ 4


ดินาโม เคียฟ  – 1998/99

ดินาโม-เคียฟ-1998-1999

ดินาโม เคียฟ ชุดแชมป์ยูเครนผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างเหนือความคาดหมาย พวกเขาน่าจะเป็นทีมที่ดีที่สุดชุดหนึ่งเท่าที่ประวัติศาสตร์สโมสรเคยมีมา นักเตะเกือบทั้งหมดติดทีมชาติยูเครน ทั้ง เซอร์เก เรบรอป และเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ อังเดร เชฟเชนโก้

เคียฟ อยู่ร่วมกลุ่มกับ ล็องส์, อาร์เซน่อล และ พานาธิไนกอส แต่ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม เขี่ย อาร์เซน่อล ตกรอบ และยังหักปากกาเซียน ด้วยการเอาชนะ เรอัล มาดริด ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ด่านถัดมาพวกเขาสู้กับ บาเยิร์น อย่างสูสี และเป็นฝ่ายพ่ายแบบได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง

เชฟเชนโก้ ย้ายไป เอซี มิลาน ในซีซั่นถัดมา ที่เหลือคือประวัติศาสตร์ ส่วนกัปตัน โอเล็ก ลุซนี่ ย้ายไป อาร์เซน่อล และอักฤดูกาล เรบรอฟ ก็ตามไปลอนดอนกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการค้าแข้งที่อังกฤษ และจนบัดนี้ ดินาโม เคียฟ ก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้ระดับเดิมได้เลย


ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น  – 2001/02

ไบเออร์-เลเวอร์คูเซ่น-2001-2002

ทริปเปิ้ลรองแชมป์ไม่ใช่สิ่งที่ทีมใดอยากให้เกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นที่ เลอเวอร์คูเซ่น ในปี 2002 พวกเขาพลาดท่า แพ้ถึง 2 ใน 3 เกมสุดท้ายของศึก บุนเดสลีกา โดน บาเยิร์น มิวนิค ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครอง และยังพ่ายรองชิงชนะเลิศทั้ง เดเอฟเบ โพคาล

รวมถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ต่อสู้กับ เรอัล มาดริด ชุดกาแลคติกอสได้อย่างสูสี แต่ผู้แพ้ไม่มีคนจดจำ แฟนๆ ยังคงเห็นภาพการวอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายของ ซีเนอดีน ซีดาน ในความทรงจำอย่างชัดเจน

ทิ้งให้ลูซิโอ, มิชาเอล บัลลัค และ โอลิเวอร์ นอยวิลล์ ผิดหวัง ในที่สุด บัลลัค เลือกย้ายไป บาเยิร์น ช่วงซัมเมอร์นั้น ส่วน ลูซิโอ ย้ายตามไปในปี 2004 แต่ในที่สุด บัลลัค ก็ยังไม่สมหวังกับถ้วยใบใหญ่ของยุโรป เขาต้องเจ็บช้ำซ้ำซ้อนกับตำแหน่งรองแชมป์ 2008 ในสีเสื้อของ เชลซี

“ห้างยา” พยายามไล่ล่าความสำเร็จอีกครั้งในทศวรรษถัดมา แต่ก็ทำได้เพียงรองแชมป์ บุนเดสลีกา เท่านั้น


โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ – 2012/13

โบรุสเซีย-ดอร์ทมุนด์-2012-2013

ดับเบิ้ลรองแชมป์อาจรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยกว่า ทริปเปิ้ลรองแชมป์ แต่ผลก็คือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จบฤดูกาลแบบมือเปล่านั่นเอง พวกเขาพ่ายแพ้ให้ บาเยิร์น มิวนิค ทั้งในลีกและยุโรป

ทีมชุดนี้เต็มไปด้วยแข้งหนุ่มผู้ห้าวหาญ และกุนซือขาร็อค เจอร์เก้น คล็อปป์ แน่นอนว่าพวกเขาเพียงแค่เคยเห็นความสำเร็จในปี 1997 แต่ไม่มีนักคนไหนอยู่โยงแล้วในอีก 16 ปีถัดมา

บาเยิร์น ต้องการลบภาพความผิดหวังที่เคยแพ้ให้ เชลซี ในบ้านตัวเองเมื่อปีก่อน และมีประสบการณ์ มีแรงขับ มีความมุ่งมั่นเหนือคู่แข่ง และ “เสือเหลือง” เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ด้วยนโยบายขายแข้งกิน ทำให้สตาร์พาเหรดย้ายออกไปเรื่อยในเวลาต่อมา มาริโอ เกิตเซ่ ไป บาเยิร์น เช่นเดียวกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ที่ทิ้งช่วงสักพักแล้วก็ตามออกไป ส่วน ชินจิ คากาวะ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร และย้ายกลับมา ส่วนกุนซืออย่าง คล็อปป์ กำลังเดินทางต่อกับ ลิเวอร์พูล หลายทีมมีอดีตอันน่าจดจำแต่ก็ยังไม่เคยกลับไปยืนจุดนั้น ในขณะที่หลายทีมพยายามถีบตัวขึ้นไปให้ได้เหมือนที่นักเตะรุ่นก่อนเคยทำ บ่อยครั้งพวกเขาพ่ายแพ้ในเกม แต่อย่างน้อยพวกเขาเอาชนะหัวใจของแฟนๆ ได้เสมอ


ในปีนี้ผลจะเป็นอย่างไรก็คงต้องติดตามกันต่อไป แต่ในอดีตที่ผ่านมานี่คือ 5 สโมสรฟุตบอล ม้ามืด ถ้วยยุโรป เคยสร้างเซอร์ไพรส์สะท้านโลก ติดตาม ข่าวบอล อื่นๆ สถิติฟุตบอล ติดตามได้ทาง www.michelleobamawatch.com

Be the first to comment

Leave a Reply