ย้อนความทรงจำ 10 ปีที่แล้ว ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ฟุตบอล จากอังกฤษ

ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกส์

มาย้อน ความทรงจำเกี่ยวกับ วงการฟุตบอล อังกฤษ ว่า 10 ปีที่แล้ว ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ฟุตบอล จากอังกฤษ ว่าจะมีสโมสรใดบ้างที่ได้เข้าไปถึงรอบนี้กันบ้าง

ย้อนรอย 8 ทีม ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ฟุตบอล รายการดัง จะมีทีมใดบ้าง

เชลซี (รอบรองชนะเลิศ)

เชลซี

เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ หลุยซ์ ฟิลิปเป้ สโคลารี่ ในช่วงออกสตาร์ทซีซั่น ก่อนที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่งและเป็น กุส ฮิดดิ้ง เข้ามารักษาการแทน โดยในแชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2009 พวกเขาอยู่ร่วมกลุ่มกับ  โรม่า, บอร์กโดซ์, ซีเอฟอา ครูจ์ ก่อนที่จะจบเพียงอันดับที่ 2 จากผลงาน ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 โดยหนึ่งนัดที่แพ้คือการบุกไปพ่าย โรม่า 3-1

ส่วนในรอบ 16 ทีม พวกเขาจับฉลากมาพบกับ ยูเวนตุส โดยนัดแรก เฉือนชนะก่อน 1-0 จากประตูชัยของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ส่วนนัดที่สองก็บุกไปสมอที่ ตูริน 2-2 กรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีม ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ฟุตบอล ไปพบกับ ลิเวอร์พูล ซึงผลรวม 2 นัด “สิงห์บูล” ชนะไปได้ 7-5 (1-3 ย, 4-4 ห)

ส่วนในรอบรองชนะเลิศการพบกับ บาร์เซโลน่า กลายเป็นปมประเด็นดราม่า หลังจากนัดแรกเสมอกัน 0-0 ที่ คัมป์ นู โดยนัดที่ 2 ที่ลอนดอน เป็นแมตช์ที่แฟนบอล เชลซี คาใจมาจนถึงทุกวันนี้ว่าผู้ตัดสินถึงเป่าได้อย่างลำเอียงอย่างเห็นได้ชัดก่อนเป็น บาร์ซ่า ที่ผ่านเข้ารอบด้วยกฎอเวย์โกล 1-1


ลิเวอร์พูล (รอบ 8 ทีมสุดท้าย)

ลิเวอร์พูล

“หงส์แดง” ที่มีกุนซือในตอนนั้นคือ ราฟา เบนิเตซ ออกสตาร์ทรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเก็บ 14 คะแนน (ชนะ 4, เสมอ 2) จากการอยู่ร่วมกลุ่มกับ แอต. มาดริด, โอลิมปิก มาร์กเซย, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น

ก่อนในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจะไปเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง เรอัล มาดริด ซึ่งนัดแรกพวกเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการบุกไปชนะได้ถึงสเปน 1-0 ก่อนที่จะกลับสร้างผลงานมาสเตอร์พีคด้วยการเปิด แอนฟิลด์ ถล่มไปย่อยยับ 4-0

ส่วนใน 8 ทีมสุดท้าย ต้องโคจรมาพบกับ เชลซี ก่อนที่พวกเขาจะต้องยุติเส้นทางไว้เพียงเท่านี้หลังจากผ่านการแข่งขัน 2 นัด พวกเขาต้องตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 5-7


อาร์เซน่อล (รอบรองชนะเลิศ)

อาร์เซนอล

11 คะแนน จาก 6 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม (ชนะ 3, เสมอ 2, แพ้ 1) กรุยทางเข้ารอบน็อกเอ้าท์มาเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่ม ก่อนที่จะจับฉลากมาเจอกับ โรม่า ซึ่งถือว่าระดับใกล้เคียงกันไม่น้อย เพราะทั้วคู่ต่างเปิดบ้านชนะมาด้วยสกอร์ 1-0 ด้วยกันทั้งคู่ ก่อนที่เป็น “ไอ้ปืนใหญ่” ดวลจุดโทษชนะไปด้วยสกอร์ 7-6

รอบ 8 ทีมสุดท้ายพวกเขาต้องพบกับ บียาร์เรอัล ซึ่งก็ไม่ได้ยากเย็นมากนัก นัดแรกบุกไปยันเสมอมาได้ 1-1 ก่อนกลับมาเล่นที่ลอนดอนถล่มไปเละเทะ 3-0 รวมผล 2 นัด เข้ารอบด้วยสกอร์ 4-1

และเมื่อเดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศกระดูกชิ้นโตอย่าง แมนฯ ยูไนเต้ด รออยู่ ซึ่งต้องบอกว่าทั้ง 2 นัด เหย้า-เยือน อาร์เซน่อล หมดทางสู้ลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ จริงๆ เพราะรวมผล 2 นัด แพ้ไป 1-4 (1-0 ย, 1-3 ห) ยุติเส้นทางเพียงแค่เท่านี้


แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (รอบชิงชนะเลิศ)

แมนยู

“ปีศาจแดง” เก็บได้เพียง 10 คะแนนเท่านั้นในรอบแบ่งกลุ่มที่อยู่ร่วมสายกับ บียาร์เรอัล, อัลบอร์ก บีเค, กลาสโกว์ เซลติก แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะให้พวกเขาจบที่อันดับ 1 ของกลุ่ม และผ่านเข้ารอบ 16 ทีม มาพบกับ อินเตอร์ มิลาน

โดยนัดแรกบุกไปยันเสมอมาก่อน 0-0 ก่อนที่มาเผด็จศึกในนัดที่ 2 โดยการเปิดบ้านเอาชนะไปได้ 2-0

ส่วนในรอบ 8 ทีมสุดท้ายต้องโคจรมาพบกับ ปอร์โต้ โดยนัดแรกเล่นกันที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด และเสมอกันไป 2-2 ก่อนที่นัดที่ 2 พวกเขาจะได้ทีเด็กจากลูกยิงไกลของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่งทีมเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 1-0

รอบรองชนะเลิศต้องโคจรมาพบกับ อาร์เซน่อล และพวกเขาก็เหนือกว่าทุกกระบวนท่าเอาชนะทั้งเหย้าและเยือน รวมผล 2 นัด ชนะไป 4-1 กรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ

แต่ทว่าในรอบชิงนี้การที่ได้พบกับ บาร์เซโลน่า เป็นอะไรที่ยากเกินกว่าที่จะต่อกรได้ เพราะเกมในวันนั้นถ้าให้พูดกันตรงก็บอลคนละชั้นกันจริงๆ ก่อนที่พวกเขาจะพ่ายไปด้วยสกอร์ 2-0

สำหรับ ทีมที่กล่าวมานั้น ที่เคยเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ฟุตบอล ของอังกฤษ ปัจจุบันก็ยังคงเป็นทีมชั้นนำของวงการฟุตบอลอังกฤษอยู่

Be the first to comment

Leave a Reply