ปีศาจแดง คืนฟอร์มห่วย เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์ สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ?

ปีศาจแดง-คืนฟอร์มห่วย-เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์-สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร

ปีศาจแดง คืนฟอร์มห่วย เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์ สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับความพ่ายแพ้ในเกมนอกบ้านมาแล้ว 3 นัดติดต่อกันนะครับ หลังจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำสถิติชนะรวดมาก่อนหน้านั้นถึง 8 นัด

ปีศาจแดง คืนฟอร์มห่วย เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์ สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร

ล่าสุด ก็ยังไม่สามารถแก้แค้น วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส ได้ บุกไปพ่าย 1-2 สกอร์เดิมกับเกม เอฟเอ คัพ แบบน่าด่าอีกเช่นเคย

เพราะนี่เป็นการออกนำไปก่อนแล้วโดนยิงกลับมาแพ้ด้วย ซึ่ง “ปีศาจแดง” เล่นในลีกมาก่อนหน้านี้ถึง 78 เกมยังไม่เคยนำใครก่อนแล้วแพ้เลยสักแมตช์เดียว

ปัญหาหลายจุดถูกเผยให้เห็นเต็มๆ ตาในเกมนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรุก หรือฝ่ายรับ ทั้งตัวผู้เล่น และในแง่แท็กติกกุนซือ

นี่เป็นอีกหนึ่งนัด ที่นักเตะเล่นกันได้แบบไม่มีทีมเวิร์ค อาศัยบอลที่โยนจากด้านข้างบ้าง เปิดจากแนวลึกบ้าง แล้วให้กองหน้าอย่าง โรเมลู ลูกากู หรือ เจสซี่ ลินการ์ด เข้าไปโฉบทำประตู

ขณะที่การต่อบอลภาคพื้นดิน ที่ก่อนหน้านี้เคยอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ มันหดหายไปไหนไม่รู้ สังเกตได้จากการต่อบอลทำชิ่งกันง่ายๆ ของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ แอชลี่ย์ ยัง พอบอลกลับมาที่กัปตันทีมกลับให้นำหน้าไป ทาง อ.ยัง เองก็ดันถอยหลังมาหนึ่งก้าว กลายเป็นจ่ายเสีย พอแข้งชาวอังกฤษ ไปเสียบเพื่อเอาบอลคืน ก็เลยเสียท่าเป็นใบเหลืองแดง ไล่ออกจากสนาม

ส่วนการทำประตูก็ไม่เฉียบคมพอ ลูกโหม่งของ ลินการ์ด ที่ ลูกากู โยนมาอย่างสวย ก็ไปตั้งคอรอโหม่งแบบเบาๆ ทำให้ รุย ปาตริซิโอ เซฟได้

ที่สำคัญกว่านั้นคือตั้งแต่เริ่มเกมมา จนถึงช่วงเวลาที่ วูล์ฟ ตีเสมอ 1-1 แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นดีมาก แบบน่าปรบมือให้

แมนยู-วูล์ฟแฮมป์ตัน

แต่ทำไมพอถูกตีเสมอเท่านั้นแหละ เกมก็ช็อตไปดื้อๆ ต่อบอลกันไม่ได้เหมือนเดิม เริ่มไม่วิ่งตามช่อง แถมเสียบอลง่าย วูล์ฟ มาเหมือนทีมอื่นๆ เข้าประกบเร็ว เท่านั้นแหละ “ปีศาจแดง” ก็สิ้นลายทันที

แถมการแย่งบอล การสกัดบอล ก็ไม่เฉียบขาด ตั้งแต่กองหลังยันกองหน้า เอาขาแหย่บอลได้ แต่ก็พยายามจะโชว์เหนือ พาลูกเลี้ยงต่อ แต่ก็เลินเล่อ คู่แข่งเขาก็ตามมาแย่งกลับไปอีก เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

การสกัดบอล เอาบอลคืนมาไม่ขาด เป็นอะไรที่ถือว่าน่าโดนตำหนิแบบสุดๆ เหมือนแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามจะโชว์เหนือ หลังจากพลิกนรกเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาได้ เจอคู่แข่งที่มีขื่อเสียงน้อยกว่า เลยพยายามจะเล่นโชว์สวย

แต่มันกลายเป็นโดนลูกขยัน การเล่นแบบตั้งใจของ “หมาป่า” ตอกกลับอย่างเจ็บแสบ

นี่เป็นเกมที่แย่สุดๆ ของ ลุค ชอว์ การประกบตัว เข้าสกัดต่างๆ ไม่เด็ดขาด อย่างที่ได้เกริ่นไว้ ยังมีจังหวะหนักก้นอยู่บ่อยครั้ง พยายามจะพลิกตัว หรือหยุดแล้วเทิร์นไปอีกทาง แต่ทุกๆ อย่างมันช้าไปหมด

แถมยังมีจังหวะโดนคู่แข่งฉกบอลไปอย่างหน้าตาเฉย ทั้งๆ ที่ตัวเองอยู่ใกล้กว่า สุดท้ายก็ต้องตามไปฟาวล์ จนเสียใบเหลือง

คริส-สมอลลิ่ง-ใบแดง

ส่วน แอชลี่ย์ ยัง ก็ยังมีมาตรฐานที่ห่วยแตกเช่นเคย เกมรับไม่ได้เรื่อง ทั้งๆ ที่ตัวประกบของคุณคือ รูเบ็น วินาเกร ซึ่งเป็นแบ็กสำรองเท่านั้น

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟอย่าง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ คริส สมอลลิ่ง เริ่มคืนฟอร์ม สกัดบอลไม่ขาดทั้งเท้าทั้งการโหม่ง ทำให้คู่แข่งได้โอกาสบุกครั้งที่สองอยู่บ่อยครั้ง ฟิล โจนส์ ที่เปลี่ยนตัวลงมาก็ไร้ประโยชน์ แถมยังมีส่วนทำให้ทีมเสียประตูอีกต่างหาก เพราะโหม่งสกัดไปติดคู่แข่ง

ปอล ป็อกบา ก็กลายเป็นกองกลางดาดๆ คิดมุกไม่ออก ว่าจะซ้ายจะขวา จ่ายบอลยัดเข้าในกรอบเขตโทษ หรือแทงทะลุช่อง ก็เสียบ่อยครั้ง ลูกหยอดสวยๆ เหมือนตอนไปเล่นทีมชาติ ก็ไม่มี

เจสซี่ ลินการ์ด เล่นเหมือนนักเตะอายุ 38 ปี ไม่มีแรงวิ่งขึ้นลง จ่ายบอลก็เสีย ยิงก็สะเปะสะปะ เป็นบุคคลที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในเกมนี้

คริส-สมอลลิ่ง-ดาบิด-เด-เกอา

ดาบิด เด เคอา ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีนักหรอก กะจังหวะบอลพลาด ลูกที่โดนนำ 1-2 ก็ไปยืนขวางทางเพื่อน ทำอะไรก็ไม่ทำนอกจากกางมือ สุดท้ายก็กลายเป็น สมอลลิ่ง ที่ทำเข้าประตูตัวเอง

ลูกแรก ก็เปิดบอลให้ เฟร็ด แบบไม่ดีนัก ทั้งๆ ที่น่าจะจ่ายได้นุ่มนวล และสามารถให้เพื่อนเล่นง่ายกว่านี้

เฟร็ด, แม็คโทมิเนย์ ก็ดูเหมือนจะดีในช่วงแรก แต่พอเสียประตูแรกเท่านั้นแหละ ก็กลายเป็นนักเตะในยุค โชเซ่ มูรินโญ่ ทันที โดยเฉพาะเฟร็ด ที่ไม่สามารถจับบอลกับลูกที่จ่ายมาของ เด เคอา ได้ ทั้งๆ ที่คุณเป็นนักเตะบราซิล ซึ่งปกติมันจะต้องมีทักษะที่ดีกว่านี้หรือเปล่า?

ครึ่งหลัง หลายๆ คนอาจจะมองว่าทีมเล่นได้ดีกว่า มีโอกสมากกว่า แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เหนือกว่าอะไรขนาดนั้น การบุกที่ผ่านช่วงเวลาไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับเจ้าบ้านได้มากมาย แถมไม่ได้ขโยกบุก พับสนามให้สมกับเป็นทีมที่มีชื่อชั้นที่ดีกว่าเลย

ผิดกับ วูล์ฟ ที่ในเกมนี้ นูโน่ ซานโต้ ทำผลงานยอดเยี่ยมอีกหนึ่งนัด พวกเขาดูอันตราย และน่ากลัวเสมอ เวลาได้บอล และเวลาวิ่งไล่บอล

หลังจากโดนใบแดง และโดนนำ 1-2 นักเตะทุกคนเริ่มเดินเล่น ออกอาการว่า “กูไม่ไหวแล้ว” ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องของร่างกายหรือจิตใจ แต่ที่เห็นผ่านทางหน้าจอคือทั้งสองอย่าง

ความฟิตไม่มี ไปถึงช่วงท้ายๆ เริ่มไม่มีแรงวิ่ง แรงไล่บอล หรือแม้แต่เปลี่ยนจังหวะเกมบุกให้มันเร็วขึ้น ส่วนสภาพจิตใจนั้นก็เช่นกัน ดูไม่มีไอเดียอะไรเลย ยิ่งพอโดนนำ กลับเล่นได้เอื่อย และเชื่องช้ากว่าเดิมด้วยซ้ำ

ซึ่ง ณ จังหวะนี้ ทีมดันไม่มีนักเตะที่มีความเป็นผู้นำเลย หันไปมองทาง ลิเวอร์พูล พวกเขามี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, เจมส์ มิลเนอร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่สามารถตะโกนกระตุ้น หรือด่าลูกทีมได้

แต่ทาง แมนฯ ยูไนเต็ด เหรอ? เงียบมาก ไม่มีการสื่อสาร ไม่มีใครที่จะก้าวขึ้นมาปลุกระดมเพื่อนๆ ปลอกแขนกัปตันที่อยู่บนแขน แอชลี่ย์ ยัง มันมีไว้เพื่อความเท่ ไม่ได้มีภาวะการเป็นผู้นำสักนิด เว้นแต่ทีมจะมีเรื่อง ตัวเองยังถูกใบเหลืองแบบง่ายๆ ก่อนจะทำให้โดนไล่ออกไปในที่สุด

ไปดูด้านของ โซลชา และทีมงานกันบ้าง…

ปีศาจแดง คืนฟอร์มห่วย เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์ สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ?

นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้น มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อันเดร เอร์เรร่า มีอาการบาดเจ็บก่อนแข่ง ทำให้ไม่มีชื่อในเกมนี้ ทีมเลยส่งนักเตะลงมาอย่างที่เห็น พร้อมกับปรับระบบมาเล่น 3-5-2 โดยเลือกเอา แอชลี่ย์ ยัง มายืนเซ็นเตอร์ แบ็กขวาซ้าย ดีโอโก้ ดาโล่ต์ และ ชอว์ คู่หน้า ลินการ์ด, ลูกากู

พอเดินหน้าเล่นเกมบุก ก็เปลี่ยนมายืน 4-4-2 แฟลต หรือการยืนเรียงเป็นหน้ากระดาน เอา ป็อกบา เล่นเป็นมิดฟิลด์ซ้าย ดาโล่ต์ ขวา ซึ่งสุดท้ายแล้วไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี

เพราะสุดท้ายแล้ว อ.ยัง ก็มีลูกผิดพลาด จากการเช็คล้ำหน้าไม่ทัน ทำให้เสียประตูแรก จากการแทงทะลุช่องของ ราอูล ฆิมิเนซ ไปให้ ดิโอโก้ โชต้า

ขณะที่ ดาโล่ต์ ไม่ได้เล่นปีก ก็ไม่ได้บุกมากเท่าไหร่นัก พอได้โยนบอลสวยๆ ให้ ลูกากู เข้าชาร์จตอนต้นเกม หลังจากนั้นก็แทบไม่มีโอกาสได้เปิดอีกเลย เพราะมัวแต่จับปลาสองมือ จะรับ หรือจะรุก ก็ไปไม่สุดสักอย่าง

ขณะที่เรื่องการเปลี่ยนตัว ก็ต้องขอวิจารณ์ว่าเปลี่ยนตัวได้ผิดพลาด เลือกเอา ลูกากู ออกจากสนาม เช่นเดียวกับการเติม ฟิล โจนส์ ลงมาแทน เฟร็ด เพื่อเติมกองหลัง

ใครก็มองเห็นว่า ลินการ์ด ควรถูกเปลี่ยนตัวออกไปในเกมนี้ เพราะในช่วงเวลา 20 กว่านาทีแรก ตอนที่ทีมเล่นดี ลินการ์ด มันยังเล่นได้แย่เลยด้วยซ้ำ แต่ โซลชา ก็เลือกที่จะเอา ลูกากู ออกไป

ส่วนหนึ่งเข้าใจได้ว่าช่วงครึ่งหลัง แข้งชาวเบลเยี่ยม เริ่มได้บอลน้อยลง บทบาทเริ่มหาย และเพิ่งหายเจ็บกลับมา เลยเลือกถอดออก แต่การเอา โจนส์ ลงมาแทน เฟร็ด เป็นอะไรที่รับไม่ได้จริงๆ

ในจังหวะนั้นสกอร์เสมอกันอยู่ 1-1 รูปเกมไม่ได้ดีมากนัก แต่ก็ถือว่าไม่ได้แย่กว่าคู่แข่ง โซลชา ไม่เลือกที่จะเสี่ยง แต่เลือกที่จะเอากองหลังลงมา มีเจตนาที่จะรักษาสกอร์ ในเกมช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อหวังเพียงแค่คะแนนเดียวหรืออย่างไร?

ทั้งๆ ที่นี่มันอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆ แล้วในซีซั่นนี้ มันจะผิดพลาดอะไรอีกไม่ได้อีกแล้วด้วยซ้ำ

นี่เป็นบทเรียนทั้งหมดของ โซลชา เลยล่ะครับ ที่ต้องไปปรับไปจูนเครื่องกันใหม่ รวมถึงโละผู้เล่นที่มันดูไม่ไหวจะเคลียร์แล้วจริงๆ ให้ออกจากทีมไป เพื่อเปิดช่องทางให้คนใหม่ๆ เข้ามา

ทาง โซลชา, ไมค์ ฟีแลน, เคียแรน แม็คเคนน่า และ ไมเคิ่ล คาร์ริค เองก็เพิ่งได้ร่วมงานกันครั้งแรก และนี่ก็เป็นช่วงไม่กี่เดือนของ โซลชา กับการมารับงานยากที่สุดในชีวิตทีมหนึ่ง

ฉะนั้นเขายังคงมีเวลาให้ศึกษา ทุกๆ อย่างมันเป็นความใหม่ไปเสียหมด นักเตะ เพื่อนร่วมงาน การทำงานที่ใหม่ (แม้จะเป็นที่เก่าตอนเป็นนักเตะ) และสถานการณ์ของทีมที่ไม่เหมือนกับที่เคยคุมมา

ดูแล้วถ้ายังไม่สามารถแก้ไขเรื่องเฉพาะหน้า อย่างเรื่องการเล่นกันเป็นทีมเวิร์ค หรือการสกัดบอลที่ขอไปที ไม่ได้ในช่วงเวลาอันรวดเร็ว เชื่อได้เลยว่าสุดท้ายแล้ว ทีมที่จะหลุดท็อปโฟร์ ไปพร้อมกับ เชลซี ก็คงหนีไม่พ้น “ปีศาจแดง” นี่แหละ

แน่นอนว่าแฟนๆ บอลคงผิดหวัง ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้านี้ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีม เราหวังอะไรกัน หวังถึงท็อปโฟร์เลยหรือ ผมคนหนึ่งล่ะ หวังไม่ให้หลุดที่ 6 ก็บุญแล้ว

เอาจริงๆ ในวันแรกๆ ที่ โซลชา เข้ามาคุม เคยได้ยินหลายๆ คนบอกว่าไม่หวังอะไร ทำให้เต็มที่เท่านั้นพอ เป็นการสั่งสมประสบการณ์ ศึกษาอะไรต่างๆ เพื่อไปลุยในฤดูกาลหน้าไม่ใช่เหรอ?

ในช่วงที่เหลือครึ่งฤดูกาล ก็เป็นเพียงการประคองตัว ถ้ามันดีขึ้นก็ถือเป็นโบนัส ถ้ามันแย่ลง มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่เหรอ? ผมว่าผมได้ยิน และได้เห็นคนพูด คนเขียนถึงเรื่องนี้นะ

หรือติดภาพอันเปิดตัวร้อนแรงมากเกินไปหรือเปล่า… มีแฟนบอลรายหนึ่งให้สัมภาษณ์หน้าสนาม เขาบอกว่า ช่วงเวลาฮันนีมูน หรือการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ มันหมดลงแล้ว ใช่ มันหมดลงแล้ว ต่อจากนี้คือวิบากกรรม

ซึ่งมันจะไม่ได้มีปัญหาเข้ามาเพียงเท่านี้แน่ อยู่ที่ว่า โซลชา, สตาฟฟ์ และนักเตะทุกๆ คน จะรับไหวหรือไม่ ปีศาจแดง คืนฟอร์มห่วย เสี่ยงหลุดท็อปโฟร์ สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ? ติดตาม ข่าวบอล จากทุกลีกดังได้ทุกวันทาง : www.michelleobamawatch.com

Be the first to comment

Leave a Reply