นักฟุตบอล

5 นักฟุตบอล ย้ายทีม เล่นบอล เพื่อโอกาสลงเล่นสนามในระดับโลก

นักฟุตบอล กับการย้ายทีม เป็นของคู่กัน สำหรับ นักฟุตบอล ย้ายทีม เล่นบอล ที่หาโอกาสให้กับตัวเอง เพิ่งมีข่าวออกมาเน้นๆว่า เดแคลน ไรซ์ แข้งอนาคตไกลของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนมารับใช้ทีมชาติอังกฤษแทนทั้งๆที่ก่อนหน้าเขาเคยลงสนามในฐานะขุนพล “ยักษ์เขียว” ทีมชาติไอร์แลนด์มาแล้ว

ซึ่งการกระทำดังกล่าวของ ไรซ์ ก็ไม่ได้ผิดกฏอะไรของ ฟีฟ่า (สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ) ซึ่งตามหลักหากไม่ได้เล่นทัวนาเมนท์ใหญ่ๆก็มีสิทธิ์ที่จะโอนสัญชาติมาเล่นให้กับชาติที่ต้องการตัวนั่นเอง

มาในคราวนี้ผมเลยขอย้อนอดีต 5 แข้งที่ไม่ได้รับโอกาสจากชาติหลักของตัวเองและเลือกย้ายไปเล่นให้กับชาติอื่นส่วนจะมีใครบ้างมาดูกันเลย

นักฟุตบอล ย้ายทีม เล่นบอล เพื่อเพิ่มโอกาสให้อนาคตตัวเอง

5.ติอาโก้ ม็อตต้า – บราซิล มาเป็น อิตาลี

ติอาโก้ ม็อตต้า

อดีตมิดฟิลด์ตัวเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เกิดที่ประเทศบราซิลทำให้เขามีสิทธิ์อย่างเต็มเปี่ยมที่จะได้รับใช้ชาติมหาอำนาจลูกหนังแห่งลาตินอเมริกาและโอกาสของ ม็อตต้า ก็มาถึง

เขาได้รับโอกาสติดทีมชาติบราซิลเมื่อปี 2003 ในศึกคอนคาเคฟ โกลด์คัพ แต่ก็มีส่วนร่วมกับทีมแค่ 2 นัดและหลังจากนั้นเขาก็ไม่ถูกเรียกติดทีมชาติอีกเลยซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเป็นเกมระดับชุดอายุไม่เกิน 23 ปีเลยทำให้เขายังคงมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะเล่นให้กับชาติของพ่อแม่ตนเองที่เป็นอิตาลี

สุดท้ายตอนปี 2008 เขาก็มีโอกาสโยกมาบรรเลงเพลงแข้งยังประเทศบ้านเกิดของครอบครัวกับ เจนัว ก่อนจะมาสร้างประวัติศาสตร์กับ อินเตอร์ มิลาน ในยุค ‘ทริปเปิ้ลแชมป์’ จนผลงานเข้าตา เซซาเร่ ปรันเดลลี่ ที่เรียกติดเป็นขุนพล “อัซซูรี่” ในปี 2011 และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ อิตาลี เป็นรองแชมป์ยูโร 2012


4.มาริโอ เฟร์นันเดส – บราซิล มาเป็น รัสเซีย

มาริโอ เฟร์นันเดส

หนึ่งในแข้งของทีมชาติรัสเซียชุดประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอล โลก 2018 ได้ซึ่งฟอร์มการเล่นของ เฟร์นันเดส นั้นก็ค่อนข้างโดดเด่นเลยทำให้หลายๆคนเริ่มสนใจและหาว่าเขาเป็นใครมาจากไหนเพราะดูชื่อแล้วยังไงๆก็ไม่ใช่คนรัสเซียแน่ๆ

เฟร์นันเดส เป็นชาวบราซิเลี่ยนโดยดำเนิดซึ่งเขาก็เป็นเด็กเยาวชนของ เซา เกตาโน่ และ เกรมิโอ ก่อนที่จะได้รับโอกาสลงสนามชุดใหญ่กับทีมดังอย่าง เกรมิโอ ช่วงปี 2009

หลังจากนั้น เฟร์นันเดส ก็เลือกในการตัดสินใจไปโลดแล่นกับ ซีเอสเคเอ มอสโกว์ ในปี 2012 และก็ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอจนมีโอกาสติดทีมชาติบราซิลครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ ญี่ปุ่น ไปได้ 4-0 เมื่อปี 2014 ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของกุนซือ “เซเรเซา” อีกเลย

สุดท้าย เฟร์นันเดส ยื่นเรื่องขอสัญชาติเป็นซิตี้เซนส์เป็นพลเมืองชาวรัสเซียนเมื่อปี 2016 และก็ผ่านไปด้วยดี เขามีสัญชาติเป็นคนรัสเซียนจนได้รับโอกาสรับใช้แดน “หมีขาว” ในปี 2017 และก็มีชื่อเล่นฟุตบอลโลก 2018 นั่นเอง


3.ดีเอโก้ คอสต้า – บราซิล มาเป็น สเปน

ดีเอโก้ คอสต้า

เมื่อทีมชาติบ้านเกิดไร้การเหลียวแลก็ต้องหาทางเลือกใหม่ในการสร้างชื่อของตนเองในทัวนาเมนท์ใหญ่ๆและ ดีเอโก้ คอสต้า ก็เป็นแบบนั้นล่ะครับเพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ฟอร์มเขาเฉิดฉายกับ แอตเลติโก มาดริด ทาง บราซิล ไม่เหลียวแลเลยแม้แต่น้อย

โอกาสเดียวของเขากับทีมชาติบราซิลนั้นเกิดขึ้นในปี 2013 ยุคที่ หลุยซ์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เตรียมทีมอุ่นเครื่องกับ อิตาลี และ รัสเซีย ซึ่งเขาก็ได้ลงสนามในฐานะตัวสำรองและไม่สามารถยิงได้แม้แต่ประตูเดียว

และแล้วโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตของเขาก็มาถึงเมื่อ คอสต้า ได้รับสัญชาติสเปนในปี 2013 ภายหลังจากที่เขาค้าแข้งในดินแดนกระทิงดุมาตั้งแต่ปี 2007 ซึ่ง บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ก็ตัดสินใจเลือกใช้บริการของ คอสต้า

แน่นอว่า คอสต้า สามารถติดทีมชาติสเปนได้อย่างไม่เคอะเขินเพราะว่าเขาเล่นให้ บราซิล ในเกมอุ่นเครื่องเท่านั้นและมันก็ทำให้ดาวยิงจาก “ตราหมี” ลงเล่นในทัวนาเมนท์ใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก มาแล้ว 2 สมัยด้วยกัน


2.วิลเฟร็ด ซาฮา – อังกฤษ มาเป็น ไอวอรีย์ โคสต์

วิลเฟร็ด ซาฮา

ซาฮา เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ถูกยกย่องว่าจะเป็นอนาคตและกำลังหลักให้ ทีมชาติอังกฤษ ได้อย่างแน่นอนซึ่งตัวเขาเองก็ลงสนามในนาม “สิงโตจูเนียร์” มาตั้งแต่ชุดอายุไม่เกิน 19 จนมาถึง 21 ปี

เมื่อปี 2012 ซาฮา ก็ติด ทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ในยุคของ รอย ฮอดจ์สัน ซึ่งเขาก็ได้รับโอกาสลงสนามช่วงท้ายเกมเท่านั้นและการพลาดไปเล่นฟุตบอลโลก 2014 ก็ทำให้ ซาฮา เริ่มฉุกคิดแล้วว่าจะเอายังไงต่อดีกับช่วงชีวิตการรับใช้ชาติ

จนในที่สุด ไอวอรีย์ โคสต์ ชาติบ้านเกิดของ ซาฮา ยื่นข้อเสนอเข้ามาให้กับเขาเพื่อโยกมาค้าแข้งให้กับยอดทีมแห่งแอฟริกาและ ซาฮา ก็ตัดสินใจตอบปากตกลงทันทีจนทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมชุดลุยศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อปี 2017


1.อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ – อาร์เจนติน่า มาเป็น โคลอมเบีย ปิดท้ายด้วย สเปน

อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่

ยอดตำนานของ เรอัล มาดริด เป็นผู้ทำให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ ‘ฟีฟ่า’ ตัดสินใจตั้งกฏเกี่ยวกับการเลือกเปลี่ยนสัญชาติเพราะ ดิ สเตฟาโน่ นี่พี่แกเน้นๆไปคนเดียว 3 ทีมชาติกันไปเลย

ดิ สเตฟาโน่ แต่เดิมเขาเกิดที่ บูโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า แต่เขาอยู่ในยุคที่สมาคมลูกหนัง “ฟ้าขาว” มีปัญหาแม้ว่าจะลงสนามไป 6 นัดยิงได้ 6 ประตูเขาก็ไม่ได้รับการเลือกติดทีมชาติจนช่วงที่ ดิ สเตฟาโน่ ไปเล่นใน โคลอมเบีย นั้นเขาเลยเลือกเล่นให้กับ “โคเคน” แทน

ภายหลังจากเล่นให้ โคลอมเบีย 4 นัดเขาก็ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด จนสุดท้ายแล้ว ดิ สเตฟาโน่ ก็ตกลงปลงใจที่จะรับใช้ “กระทิงดุ” พร้อมทำสถิติลงสนามไป 31 นัดยิง 23 ประตู

กฎการย้ายทีมของ นักฟุตบอล ย้ายทีม เล่นบอล ซึ่งเกิดจากการโยกย้ายไปมาแบบนี้ของ ดิ สเตฟาโน่ ทำให้ในท้ายที่สุดทาง ฟีฟ่า จึงได้ออกกฏอย่างที่เราทราบกันในปัจจุบันนี้นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Tags
กุนซือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ติโม แวร์เนอร์ ทีเดดบอล ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นักฟุตบอล นักเตะ บัลลงดอร์ บาร์ซ่า บาร์เซโลน่า ปีศาจแดง ผีแดง ผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟุตบอล มูรินโญ่ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ยูเวนตุส ยูโร 2020 ราชันชุดขาว ลิเวอร์พูล ลิโอเนล เมสซี่ สโมสรฟุตบอล หงส์แดง หลุยส์ ซัวเรซ อาร์เซน่อล เจอร์เก้น คล็อปป์ เชลซี เรอัล มาดริด เลสเตอร์ ซิตี้ แกเร็ธ เบล แมนฯ ยูไนเต็ด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โควิด-19 โชเซ่ มูรินโญ่ โรนัลโด้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โรเมลู ลูกากู โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ไก่เดือยทอง ไวรัสโคโรนา

Savour Your Next Holiday