ชำแหละ 5 สิ่งที่ทำให้ แท็กติกของ ซาร์รี่ ไม่เวิร์คสำหรับเชลซี

เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เมารีซีโอ ซาร์รี พบกับความพ่ายแพ้เป็นหนที่ 4 แล้วในฤดูกาลนี้ พร้อมกับเก็บชัยชนะไปได้เพียง 14 นัด ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีแต้มนำหน้า อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 3 คะแนนเท่านั้น

ความพ่ายแพ้นัดที่ 4 ซึ่งไปพลาดท่าให้กับ อาร์เซน่อล โดยตรง ด้วยสกอร์ 0-2 มันส่งผลให้การลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มันเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

จากก่อนหน้านี้พวกเขายังอยู่ในสถานการณ์ลุ้นแชมป์ มีแต้มสูสีกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล แต่หลังจากเกิดความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาลให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจากนั้นพวกเขาก็เปลี่ยนไป

ระยะเวลาจากความพ่ายแพ้ 1-3 ให้กับ สเปอร์ส เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน มาจนถึงตอนนี้ พวกเขาถูก “ไก่เดือยทอง” แซงหน้า ไม่พอยังตามถึง 4 คะแนนด้วย

5 สิ่งที่ทีมของ ซาร์รี่ ต้องเร่งแก้ไข

1.ความมั่นใจหายไป

สิ่งที่สำคัญที่สุดของนักฟุตบอล นอกจากระบบแท็กติก รวมถึงทักษะเฉพาะตัวที่ดีแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของความมั่นใจ นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ 3-0 เหนือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ มันทำให้พวกเขามีความมั่นใจ มั่นใจในตัวเอง และมั่นใจในกุนซือคนใหม่ของพวกเขา ว่าซีซั่นนี้จะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามา

จากช่วงแรกๆ ที่เล่นกันด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อถึงเวลาที่มันต้องสะดุด นักเตะ เชลซี หลายๆ คนจะแป๊กไปโดยปริยายเช่นกัน เราเห็นมาแล้วในยุคของ อันโตนิโอ คอนเต้ นักเตะอย่าง วิลเลี่ยน, มาร์กอส อลอนโซ่, เปโดร โรดริเกซ รวมถึง อัลบาโร่ โมราต้า รายหลังนี่ยิ่งเปราะบางอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือจากที่เคยกล้าเลี้ยงกล้าจ่าย พอความมั่นใจหดหาย ก็ทำได้แค่เลี้ยงจี้ๆ เข้าไป ก่อนจะจ่ายคืนออกมา แล้วก็วนอยู่อย่างนี้สุดท้ายก็ต้องฝากบอลเกมบุกไปที่ตัวความหวังอย่าง เอแด็น อาซาร์

2.อาซาร์ ผู้แบกทีม

จากข้อที่แล้ว เมือตัวผู้เล่นอื่นๆ ไม่สามารถทำอะไรคู่แข่งได้ เมื่อโดนตั้งรับกันอย่างดี บอลก็ต้องฝากมาอยู่กับ อาซาร์ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ อาซาร์ เล่นไม่ออกขึ้นมา เชลซี ก็จะหมดพิษสงในเกมบุกทันที แล้วการโจมตีด้วยแท็กติก วัน แมน ทีม อย่างนี้ มันเป็นอะไรที่หวานหมูสำหรับเกมรับคู่แข่ง

บาร์เซโลน่า อาจจะมี ลิโอเนล เมสซี่ เป็นตัวฝากบอล แต่ผู้เล่นคนอื่นๆ ของทีมยังสามารถช่วย เมสซี่ ในการเล่นได้ ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ซัวเรซ หรือ อุสมาน เด็มเบเล่ แต่ในเมื่อ เชลซี ที่มี อาซาร์ อยู่ในทีม แต่ผู้เล่นขนาบข้างอย่าง วิลเลี่ยน กับ เปโดร ทำได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น มันก็ทำให้การบุกไม่สำเร็จผล

ที่สำคัญ ใน ลาลีกา สเปน ไม่มีใครหยุด เมสซี่ เจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ 5 สมัย ได้ แต่กับ อาซาร์ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นใน พรีเมียร์ลีก และเขาไม่ได้เป็นเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ 5 สมัย นั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับมัน

3.จอร์จินโญ่ ถูกจับทางได้

ในช่วงต้นฤดูกาล จอร์จินโญ่ ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก กับผลงานการจ่ายบอล แม้จะไม่ได้เป็นคนแอสซิสต์โดยตรงให้ทีม แต่เขาก็เป็นตัวโฮลด์บอล ปิดทองหลังพระที่ดี แต่เมื่ออะไรต่างๆ มันไม่ได้ดั่งใจ การเป็นผู้ปิดทองหลังพระ มันก็กลายเป็นดาบสองคมให้กับเจ้าตัว

จากที่มีแต่คนชื่นชม ก็กลายเป็นโดนด่า เพราะความมั่นใจในการจ่ายบอลไม่มี ทำให้เขาไม่กล้าที่จะใช้ลูกถนัดการงัดบอลข้ามกองหลัง เลยทำได้เพียงจ่ายบอลสั้นไปมาเน้นความปลอดภัย ซึ่งมันก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกมรุกของทีม ด้อยประสิทธิภาพลง ครั้นจะให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มาเป็นตัวรุกเสริมเข้าไป มันก็ต้องใช้เวลาในการปรับจูนตัวเอง

4. มัตเตโอ โควาซิช-รอสส์ บาร์คลี่ย์

 

เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมประสบการณ์ยังไม่ถึงปีใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มี 11 ผู้เล่นตัวจริงในทุกๆ เกมเป็นที่เรียบร้อย ตั้งแต่ตอนแรกแต่ทำไปทำมา ซาร์รี่ กลับมีแค่ 10 ผู้เล่นตัวจริงในใจเท่านั้น จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเป็น 9 ครึ่ง และอีกครึ่งด้วยซ้ำ เพราะมี 2 ตำแหน่งที่เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียน ยังไม่สามารถหาผู้เล่นที่ลงตัวได้เสียที

ตำแหน่งแรกคือกองกลางตัวที่ 3 ต่อจาก จอร์จินโญ่ และ ก็องเต้ ซาร์รี่ ใช้ มัตเตโอ โควาซิช เป็นตัวจริง แต่เขาเองก็ไม่เคยได้ลงเล่นครบ 90 นาที ซึ่งคนที่เข้ามาแทนเขาก็คือ รอสส์ บาร์คลี่ย์ พอผ่านไปนานๆ เข้า ก็สลับใช้ บาร์คลี่ย์ เป็นตัวจริง ดูเผินๆ อาจจะไม่มีอะไร แต่เมื่อกางสถิติออกมาแล้วก็เจอกับเรื่องเหลือเชื่อ คือ ซาร์รี่ ทำการเปลี่ยนตัวระหว่าง 2 คนนี้ไปแล้วทั้งสิ้น 17 ครั้งนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

โควาซิช ลงเล่นไป 20 เกมในลีก โดยเป็นสำรองที่ถูกเปลี่ยนตัวไป 5 ขณะที่ บาร์คลี่ย์ ลงสนามไป 19 นัด เป็นตัวจริงไป 7 เกม เป็นอีกจุดที่ทำให้เกมแดนกลางยังไม่สมดุลย์ จริงอยู่ที่ทีมอื่นๆ เองเขาก็มีการโรเตชั่นกองกลาง ไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ซิตี้ หรือ ลิเวอร์พูล แต่อย่าลืมว่า 2 ทีมนั้นเขามีแดนหน้าที่แข็งแกร่ง และผู้เล่นมีอาการบาดเจ็บรบกวน เลยทำให้ต้องมีการหมุนเวียนตลอด ซึ่งนอกจากคู่ของ โควาซิช กับ บาร์คลี่ย์ แล้ว ก็ยังมีอีกตำแหน่งที่ทุกๆ คนรู้กันดี

5.ศูนย์หน้า?

 

นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของ ซาร์รี่ การมีกองหน้าถึง 2 คนอย่าง อัลบาโร่ โมราต้า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ มันควรจะกลายเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าทั้ง 2 คนนี้ก็ยังไม่สามารถทดแทน ดีเอโก้ คอสต้า ที่ออกจาทีมไปได้ ทั้งสองคน ยิงรวมกันในลีกได้เพียง 6 ประตู ถ้ารวม วิลเลี่ยน เข้าไปด้วยก็เป็น 9 ลูก ซึ่งเหลือเชื่อตรงที่ว่า 3 คนยิงน้อยกว่า อาซาร์ คนเดียว (10 ลูก)

สถิติที่ไม่น่าดูแบบนี้ กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากมายกับปัญหากองหน้าตัวเป้าที่มีกันมาอย่างยาวนาน แน่นอน ชิรูด์ เองก็ใช่พวกจอมถล่มประตู เพราะนับตั้งแต่เขาก้าวมาใน พรีเมียร์ลีก ก็ไม่มีปีไหนเลยที่เขายิงได้ 20 ประตูขึ้นไป เฉกเช่นเดียวกับ โมราต้า ที่ไม่ว่าสมัยจะดังกับ ยูเวนตุส หรือ เรอัล มาดริด ทั้ง 2 หน เขาก็ไม่เคยยิงในลีกได้เกิน 15 เม็ด แถมยังไม่สามารถที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงจากใครได้เลย ก็เหมือนกับตอนนี้นั่นแหละ

แถมยังเป็นคนที่ค่อนข้างมีอารมณ์อ่อนไหว ถ้าอยู่ในข่วงขาดความมั่นใจก็จะฟอร์มตกกันยาวๆ มันเป็นคุณสมบัติที่กองหน้าไม่ควรจะมีด้วยซ้ำ

ซาร์รี่ เปลี่ยนแปลงด้วยการมาใช้ อาซาร์ เล่นเป็นหน้าเป้า แต่ก็กลายเป็นการลดประสิทธิภาพของตัว อาซาร์ ลงไปเสียอีก เพราะมันไม่ใช่ตำแหน่งที่เจ้าตัวถนัด

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ความรับผิดชอบเดียวที่เกิดขึ้นมันก็มาจากการทำงานของ ซาร์รี่ เองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแท็กติกเกมบุก ที่มักจะเป็นบอลหน้าเดียว การเคลื่อนเกมแบบไปเป็นแผงอย่างช้าๆ ทำให้คู่แข่งจับทางง่าย เพียงแค่ยืนตั้งโซนเอาไว้ให้เหนียวแน่น บีบพื้นที่ในกรอบเขตโทษตัวเองเอาไว้ และไม่เล่นกันพลาดอย่างพวกจ่ายคืนหลังหรือจับบอลลั่น ก็รับรองว่าจะไม่เสียประตูให้กับ เชลซี แล้ว

หนึ่งการแก้ปัญหาในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังกำลังจะเข้ามา นั่นก็คือ กอนซาโล่ อิกวาอิน ผู้ที่ ซาร์รี่ เคยร่วมงานด้วยสมัยอยู่ นาโปลี และยังทำประตูเป็นประวัติศาสตร์บอลอิตาลี ด้วยการซัดไปถึง 36 ประตูในปีนั้นด้วย

แต่มันก็ไม่มีอะไรการันตีหรอกว่า อิกวาอิน เข้ามาแล้วทีมจะดีขึ้นทันตาเห็น หรือว่าจะเหมือนเดิม แต่มันก็ทำให้แฟนบอลได้รู้สึกอุ่นใจว่า ซาร์รี่และทีมงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจ และก็ไม่ได้มั่นใจในตัวเองเกินไป และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อทิศทางที่ดีขึ้น

สุดท้ายอนาคตของ เชลซี ในฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร เดี๋ยวรู้กัน

Be the first to comment

Leave a Reply